ก้าวต่อไปของโซเชียลมีเดีย : Social Enterprise (2)

จากบทความในตอนก่อน ผมสรุปใจความสำคัญหลักๆของการทำการตลาดผ่านโซเชี่ยลมีเดียที่มีวิวัฒนาการมาตั้งแต่การใช้เป็นสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ ไปจนถึงการสร้างความผูกพัน (Engagement) ระหว่างผู้บริโภคกับแบรนด์ ซึ่งต้องอาศัยความเข้าใจ ความจริงใจและความใส่ใจในตัวผู้บริโภค เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดี จนสามารถผูกมัดใจผู้บริโภคให้เป็นลูกค้าของเราไปนานๆ

ผมทิ้งท้ายไว้ว่า โซเชี่ยลมีเดียนั้น นอกจากจะใช้เป็นเครื่องมือในการทำการตลาดแล้ว ยังใช้เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนองค์กรในด้านอื่นๆได้อีกมากมาย เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนมากขึ้น ผมจะขอยกตัวอย่างที่น่าสนใจของการใช้โซเชี่ยลมีเดียในการขับเคลื่อนธุรกิจครับ

Booz Allen Hamilton บริษัทที่ปรึกษาชื่อดังของโลก ได้นำโซเชี่ยลมีเดียมาใช้เป็นเครื่องมือในการสื่อสาร แชร์ข้อมูล ไอเดียต่างๆของพนักงานภายในองค์กรตามสาขาต่างๆที่มีกว่า 23,500 คนทั่วโลก ผ่านเว็บพอร์ทัลที่ใช้งานภายในชื่อว่า “Hello.bah.com” ซึ่งมีการเปิดพื้นที่ให้พนักงานเขียนบลอก ใช้งานระบบ Wiki เพื่อแชร์ข้อมูล เอกสารต่างๆ และยังมีระบบที่ช่วยให้พนักงานต่างสาขาสามารถติดต่อค้นหาผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆทั่วโลก เพื่อทำงานร่วมกันในการหาโซลูชั่นเพื่อแก้ปัญหาให้กับลูกค้า และใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างลูกค้า พาร์ทเนอร์ ได้อีกด้วย

บริษัท General Electric หรือ GE ก็เป็นอีกบริษัทยักษ์ใหญ่อีกแห่งที่นำเครื่องมือโซเชียลมีเดียมาสร้างเป็นระบบที่ใช้งานภายในชื่อ “MarkNet” ที่ช่วยเชื่อมโยงนักการตลาดกว่า 5,000 คนของ GE ทั่วโลกเข้าหากัน โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างและหล่อหลอมพนักงาน GE เหล่านี้ให้กลายเป็น “The Best Marketers” ผ่านกระบวนการของการแชร์องค์ความรู้ การเบรนสตอร์มหาไอเดียใหม่ๆ การร่วมกันแก้ไขปัญหาทางด้านการตลาดขององค์กรทุกสาขาทั่วโลก และมีการเรียนรู้เทคนิคการตลาดใหม่ๆร่วมกัน

ั้งสองบริษัทได้นำโซเชี่ยลมีเดียมาเป็นเครื่องมือสร้าง Collaborative Platform โดยมีรากฐานมาจากแนวคิดของ Crowd-sourcing ที่ดึงองค์ความรู้ของพนักงานแต่ละคนออกมาเพื่อต่อยอดความรู้ระหว่างกัน และใช้แนวคิด Co-creation ร่วมคิด ร่วมสร้าง ร่วมกันตีโจทย์เพื่อแก้ปัญหาของลูกค้า ร่วมกันระหว่างลูกค้า พาร์ทเนอร์และผู้เชี่ยวชาญได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากในมุมของการดึงศักยภาพของทรัพยากรบุคคลมาใช้ให้เต็มประสิทธิภาพแล้ว โซเชี่ยลมีเดียยังมีบทบาทสำคัญในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ได้เป็นอย่างดี

ดังเช่นตัวอย่างของ Threadless.com เว็บผลิตและออกแบบเสื้อยืดออนไลน์ ก็นำเสนอไอเดียง่ายๆ โดยให้สมาชิกของเว็บออกแบบลายเสื้อยิืดที่ตัวเองชื่นชอบ จากนั้นก็จะทำการระดมเสียงสนับสนุนจากคอมมูนิตี้สมาชิกด้วยกันผ่านทั้ง Facebook ที่มีจำนวนแฟนกว่า 273,000 คนและ Twitter ที่มี Followers มากกว่า 1.6 ล้านคน เพื่อลงคะแนนโหวตว่าลายไหนคนชอบมากที่สุดในแต่ละสัปดาห์ โดย 10 ลายที่ได้รับคะแนนโหวตสูงสุดจะกลายเป็นเสื้อยืดที่ถูกทำออกมาขายจริง มียอดสั่งทำจากผู้ที่สนใจโดยที่บริษัทไม่ต้องกังวลว่าทำเสื้อออกมาแล้วจะขายหมดหรือไม่

ดีไซน์เนอร์ที่ออกแบบทั้งลายเสื้อทั้ง 10 ลายนี้ จะได้รับเงินสดไปคนละ 2,000 ดอลล่าร์ เป็นรางวัล และถ้าเสื้อลายนี้ยังได้รับความนิยมจนมีสมาชิกเรียกร้องให้ทำออกมาขายเพิ่ม ดีไซน์เนอร์ก็จะได้รับรางวัลเพิ่มอีก 500 ดอลล่าร์ ต่อการผลิตในแต่ละล้อตเป็นเหมือนค่าไอเดียในการจ้างออกแบบ ซึ่งตัวดีไซน์เนอร์เองก็คงมีคว

Comments

comments

You may also like...

Leave a Reply