ต้นกำเนิดนวัตกรรม (1) : แค่ตั้งคำถาม ก็เปลี่ยนแปลงโลกได้

เมื่อสุดสัปดาห์ผมได้มีโอกาสอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง ชื่อว่า “The Innovator’s DNA” ของกูรูชื่อดังก้องโลกด้านนวัตกรรมและผู้ให้กำเนิดทฤษฏี “Disruptive Innovation” อย่าง ​ศาสตราจารย์เคลย์ตัน เอ็ม คริสเต็นเซ่น แห่ง Harvard Business School พบว่ามีหลายประเด็นที่น่าสนใจและน่าจะหยิบยกมาฝากท่านผู้อ่านคอลัมน์นี้

หนังสือเล่มนี้ เขียนโดยมีพื้นฐานมาจากงานวิจัยของศาสตราจารย์เคลย์ตัน ที่ต้องการค้นหาว่า แท้จริงแล้ว ต้นกำเนิดของนวัตกรรมต่างๆนั้น มาจากคนประเภทไหน มีบุคลิก ลักษณะนิสัยเป็นอย่างไร และเค้าเหล่านี้ แตกต่างจากบุคคลธรรมดาเช่นไร

งานวิจัยชิ้นนี้ เป็นการเก็บข้อมูลจากการสัมภาษณ์ ทำแบบสอบถาม จากกลุ่ม “นวัตกร” (Innovator) กว่า 500 คน และจากผู้บริหารระดับสูงมากกว่า 5 พันคนจาก 75 ประเทศทั่วโลก เพื่อกลั่นกรองหาคุณสมบัติร่วมของผู้ให้กำเนิดนวัตกรรม

ก่อนจะไปถึงคุณสมบัติที่ว่า มาลองดูครับว่างานวิจัยนี้มีประเด็นอะไรน่าสนใจบ้าง

ประเด็นแรก บริษัทที่มีนวัตกรรมที่โดดเด่น ทีมผู้บริหารจะต้องมีคนที่มีความคิดสร้างสรรค์สูงอยู่ในทีม ซึ่งเมื่อเทียบกับบริษัทปกติที่ทีมผู้บริหารเก่งแต่เฉพาะด้านการบริหาร จะไม่สามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมอะไรออกมาได้เลย เพราะถนัดแต่การ “Execution” งานให้สำเร็จตามเป้าหมายที่ได้รับ

และไม่เพียงแค่ผู้บริหารเท่านั้นที่ต้องมีความคิดสร้างสรรค์ที่ดี แต่ปัจจัยในองค์กร จะต้องเอื้ออำนวยให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ ผ่านการพัฒนาใน 3 แกนหลัก คือ People (คน) Process (ขั้นตอนการทำงาน และ Philosophies (ปรัชญาขององค์กร) โดยพนักงานจะต้องผ่านการฝึกอบรม เคี่ยวกรำอย่างจริงจัง ทักษะความคิดสร้างสรรค์จึงจะมีโอกาสก่อกำเนิดขึ้นมา

ที่น่าสนใจคือ ในการวิจัย มีการตั้งคำถามไปยังผู้บริหารระดับสูงทั้งหลายว่า “ทำยังไงพนักงานจะเกิดความคิดสร้างสรรค์” ท่านผู้บริหารส่วนใหญ่ก็จะตอบกลับมาว่า ให้พนักงานหัด “คิดนอกกรอบ”​(Think out of the box) กันเกือบหมด ซึ่งเป็นคำตอบที่พนักงานบริษัทหลายๆคน ได้รับจากผู้บริหารของตน

และเมื่องานวิจัยถามต่อไปว่า “ทำยังไงจึงจะคิดนอกกรอบได้” พบว่า ท่านผู้บริหารกว่า 5 พันคนทั่วโลกนี้ แทบจะส่งกระดาษเปล่า ไม่มีใครสามารถตอบได้ และมีจำนวนหนึ่ง ตอบกลับมาเพียงแค่ว่า “Be creative” เท่านั้น

นั่นหมายความว่า ผู้บริหารระดับสูงทั้งหลาย ขาดความเข้าใจ ขาดทักษะในเรื่องของการใช้ความคิดสร้างสรรค์ ไม่สามารถบอกพนักงานของตนได้ว่า จะสร้างความคิดสร้างสรรค์ต่างๆให้กับพนักงานในองค์กร ทำอย่างไร กลายเป็นคำพูดที่พูดลอยๆเหมือนกันหมดทั้งโลกว่า “Think out of the box”

ย้อนกลับไปในปี 1977 การตั้งคำถามของ Steve Jobs ว่า “ทำไมคอมพิวเตอร์ต้องมีพัดลม” (เพื่อระบายความร้อนที่สร้างขึ้นมาจากอุปกรณ์ภายในคอมพิวเตอร์และระบบจ่ายไฟ) และ “เราสามารถทำให้คอมพิวเตอร์เย็นโดยไม่ต้องใช้พัดลมได้รึเปล่า” ซึ่งมาจากสาเหตุเพียงเพราะ Jobs รู้สึกว่า เสียงดังของพัดลมในคอมพิวเตอร์ทำให้เค้าเสียสมาธิ

Jobs จึงหาคนที่จะมาออกแบบระบบจ่ายไฟ (Power Supply) แบบใหม่ ที่สร้างความร้อนน้อยลง และทิ้งการออกแบบระบบจ่ายไฟแบบเดิมๆที่ใช้กันมานานถึง 40 ปีไป ทำให้ Apple II เป็นคอมพิวเตอร์ตัวแรกของโลกที่ ไม่มีพัดลมระบายความร้อน และกลายเป็น PC ที่เงียบและเล็กที่สุดในยุคนั้น

“การตั้งคำถาม” (Questioning) เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เป็นคุณสมบัติแรกที่มีอยู่ในผู้ให้กำเนิดนวัตกรรมเกือบทุกคนที่อยู่ในงานวิจัย เช่น Pierre Omidyar ผู้ก่อตั้งอีเบย์ มีคะแนนการตั้งคำถามสูงถึง 95% หรือจะเป็น Mike
Lazaridis ซีอีโอของ RIM (BlackBerry) ก็เป็นคนที่มีทักษะการตั้งคำถามสูงถึง 96%เมื่อเทียบกับผู้บริหารทั่วๆไปที่มีทักษะการตั้งคำถามเฉลี่ยอยู่ที่ 40%

การตั้งคำถามเป็นทักษะง่ายๆอย่างแรกที่จะช่วยให้คนเราคิดต่างไปจากเดิม เพราะคำถามที่ดี จะนำไปสู่คำตอบที่ใช่ ดังเช่นทฤษฏีทางวิทยาศาสตร์ที่มีผลการทดลอง พิสูจน์สมมติฐาน จนนำไปสู่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีต่างๆมากมาย

อาทิตย์หน้า เรามาดูประเด็นที่น่าสนใจอื่นๆ ของหนังสือเล่มนี้ครับ

ติดตามอัพเดทใหม่ๆเรื่องการตลาดและโซเชียลมีเดียได้ที่ www.facebook.com/MktHub และทวิตเตอร์ @worawisut นะครับ:)

Comments

comments

You may also like...

Leave a Reply