เจาะยุทธศาสตร์ แอปเปิ้ล เกมกินรวบจากงาน WWDC ภาค 3

ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณผู้อ่านทุกคนที่ติดตามบทความ 2 ตอนแรกของประเด็น “เจาะยุทธศาสตร์แอปเปิ้ล” นะครับ ผมได้รับ feedback ดีมาก ประเด็นที่ผมได้ “ตีแผ่” ให้เห็นกัน ก็ถูกนำไปเป็นประเด็นสนทนากันสนุกในหมู่แฟนๆแอปเปิ้ล และสำหรับทีเด็ดตัวสุดท้ายที่แอปเปิ้ลปล่อยออกมาในงาน WWDC ครั้งนี้ ก็จะไม่ทำให้แฟนๆต้องผิดหวังอีกเช่นกัน สำหรับ “ไอคลาวด์” 🙂

แม้ว่าเทรนด์ปีนี้สำหรับหลายๆคนจะเป็นคลาวด์ แต่สำหรับแอปเปิ้ล คลาวด์ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด เพราะแอปเปิ้ลเองก็มีบริการคลาวด์มานานตั้งแต่ปี 2000 ในชื่อเรียกว่า “iTools” และภายหลังเปลี่ยนมาใช้ชื่อว่า “.Mac” และชื่อล่าสุดเรียกว่า “MobileMe” เรียกได้ว่ามีก่อน “Amazon S3” และ “Amazon EC2” ซึ่งเป็นบริการคลาวด์ของ Amazon.com ผู้นำตลาดในปัจจุบันถึง 6 ปี เรียกได้ว่าวิสัยทัศน์ของแอปเปิ้ล ล้ำหน้าคู่แข่งไปไกลในยุคนั้น

แต่ด้วยความไม่พร้อมของจังหวะเวลา อินเตอร์เน็ตยังไม่เร็วเท่าสมัยนี้ และอุปกรณ์พกพาต่างๆก็ยังไม่มีมากมายขนาดนี้ ทำให้บริการคลาวด์ของแอปเปิ้ลไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร

เมื่อจังหวะเวลาพร้อม แอปเปิ้ลสร้างแพลตฟอร์มทั้ง iOS , Mac OSX ได้อย่างสมบูรณ์แบบในการเชื่ิอมโยงและทำงานร่วมกัน อุปกรณ์ต่างๆอยู่ในสเกลที่สร้าง impact กับผู้ใช้จำนวนมากได้ และอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง ใช้ได้ในทุกๆที่ (ยกเว้นบ้านเรา ที่ 3G ยังถือว่าไม่ค่อยสมบูรณ์นัก) ทำให้แอปเปิ้ลฉวยจังหวะเวลานี้ นำ “MobileMe” มาทำการ renovate ซะใหม่ แล้วตั้งชื่อมันว่า “ไอคลาวด์”

ลูกเล่นที่สำคัญอย่างแรกของไอคลาวด์ คือ ความสามารถในการซิงค์ข้อมูลบนไอแพด ไอโฟน ไม่ว่าจะเป็นแอพ หนังสือดิจิทัล เอกสาร พรีเซนเทชั่น และรูปภาพต่างๆ ไปเก็บไว้บนคลาวด์ ทำให้อุปกรณ์เหล่านี้สามารถแบคอัพข้อมูลและซิงค์ข้อมูลได้โดยไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อกับพีซีอีกต่อไป

มองเผินๆเหมือนไม่มีอะไร แต่การซิงค์ข้อมูลเหล่านี้ย่อมต้องอาศัยการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตทั้งแบบเป็น 3G หรือแบบ WiFi ที่มากกว่าปกติหลายเท่า

งานนี้ผู้ให้บริการเครือข่ายทั้งมือถือได้รับประโยชน์ไปเต็มๆ เพราะมีโอกาสสูงมากที่ผู้ใช้จำนวนมาก อัพเกรดโปรโมชั่นเน็ตของตัวเอง รายได้ต่อเลขหมายของผู้ให้บริการก็จะสูงขึ้น

แถมการนำเอกสาร พรีเซนเทชั่น และรูปภาพไปเก็บไว้บนคลาวด์ ก็เปิดโอกาสให้แอปเปิ้ลสามารถสร้างเว็บแชร์เอกสารอย่าง SlideShare และเว็บแชร์รูปภาพอย่าง Flickr ได้ทันที

ลูกเล่นที่ 2 คือ “iTunes in Cloud” ซึ่งทำให้เราซื้อเพลงบน iTunes และเก็บเพลงนั้นลงไปในคลาวด์ และจะถูกดาวน์โหลดมาลงไอโฟน ไอพอด ไอแพด แมค หรือพีซีอัตโนมัติ

ลองสมมติง่ายๆ ถ้านำลูกเล่นทั้งข้อ 1 และ 2 มาเชื่อมโยงกับ Apple ID ที่เสมือนเป็นโปรไฟล์ออนไลน์ของผู้ใช้แอปเปิ้ลทุกคน เข้ากับบริการไอคลาวด์

จะเกิดสมการที่ว่า Apple ID + แชร์เพลง + แชร์เอกสารและพรีเซนเทชั่น + แชร์รูปภาพ + แชร์ Bookmark + อีเมล์ + ปฏิทินนัดหมาย + Contacts + Notes

พอจะเดาได้มั้ยครับ ว่าสมการคล้ายกับอะไร

ใช่แล้วครับ ถ้าทั้งหมดนี้สามารถรวมกันได้ อีกข้างของสมการก็จะกลายเป็น “Facebook” ทันที

แอปเปิ้ล สามารถสร้างโซเชียลเน็ตเวิร์ค เหมือน Facebook ไดัทันที แถมมีรูปแบบคอนเทนต์ที่แข็งแรงกว่าทั้งเพลง เอกสาร แถมผู้ใช้ยังมีอำนาจการซื้อออนไลน์สูงจากการผูกกับบัตรเครดิตกว่า 225 ล้านบัญชี

ถ้าเกิดขึ้นจริง งานนี้ Facebook หนาว

Comments

comments

You may also like...

Leave a Reply