dtac + Grammy สู่ Happy Vampire

อุตสาหกรรมเพลงของประเทศไทยในปัจจุบัน มีการแข่งขันกันอย่างเข้มข้น ทั้งจากค่ายเพลงต่างๆ ศิลปินอิสระ โดยรูปแบบการแข่งขันในหลายสื่อ เช่น สื่อทีวี วิทยุ บรรดาค่ายเพลง ต่างเข็นศิลปินในสังกัดให้ร้องเพลงใหม่ๆ ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง

แม้ว่า จะมีเพลงออกมามากมาย แต่บรรดาค่ายเพลง กลับไม่สามารถหารายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำเท่าที่ควร เนื่องจากปัจจุบัน ผู้บริโภคมีตัวเลือกในการฟังเพลงมากขึ้น ซึ่งนอกจากสื่อวิทยุแล้ว อินเตอร์เน็ต ก็เป็นช่องทางหนึ่งที่ผู้บริโภคสามารถหาเพลงมาฟังได้ โดยมีต้นทุนที่ต่ำลงมาก แต่วิธีการหามา ก็ยังจำกัดอยู่ในกลุ่มผู้ใช้อินเตอร์เน็ตเท่านั้น

แต่ปัจจัยที่มีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเพลงมากที่สุด ก็คือ เรื่องของการละเมิดลิขสิทธิ์ โดยมีการนำเพลงของศิลปินค่ายต่างๆนับร้อยๆเพลงมาอยู่ในแผ่นซีดี mp3 เพียงแผ่นเดียว ขายอยู่ในราคาเพียง 100-150 บาทเท่านั้น

เมื่อราคาของแผ่นซีดีเพลง mp3 แบบผิดกฏหมายราคาถูกเท่าราคาซีดีแบบถูกลิขสิทธิ์ แต่มีจำนวนเพลงและศิลปินมากกว่า เทียบเท่าได้กับการที่ต้องซื้อซีดีของแท้นับสิบๆแผ่น ทำให้ได้รับความนิยมอย่างสูงในกลุ่มของผู้ฟังเพลง

แม้ว่าค่ายเพลงทั้งหลาย พยายามปรับกลยุทธ์มาแข่งขันมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการรณรงค์ให้ผู้บริโภคตระหนักถึงความสำคัญของการซื้อสินค้าลิขสิทธิ์ หรือแม้แต่การทำราคาให้ต่ำลง แต่ก็ไม่สามารถแข่งขันได้ เนื่องจาก ราคาจะแตกต่างกันมาก เพราะต้นทุนที่ต่างกันมากนั่นเอง (แผ่นผี ต้นทุน เพียง 5-10 บาทต่อแผ่น ในการผลิต เท่านั้น ไม่มีค่าของการทำเพลง แต่งเพลง เหมือนต้นทุนของทางค่ายเพลง)

ปัจจุบัน ค่ายเพลงใหญ่ๆก็ได้ปรับกลยุทธ์ในการต่อสู้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องต้นทุนของการผลิตแผ่น แล้วเปลี่ยนมาใช้วิธีเปิดให้ดาวน์โหลดเพลงทางอินเตอร์เน็ตแทน การที่ออกเพลงใหม่ๆฮิตๆเพียงไม่กี่เพลง เพื่อลดต้นทุนของ production ทำให้ตลาดเพลง เริ่มเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดียิ่งขึ้น

ข้อจำกัดเรื่องราคาเริ่มลดลงจนมาอยู่ในระดับที่แข่งขันได้ แต่ความยากง่ายในการได้มาซึ่งเพลงนั้น ยังจำกัดอยู่ที่อินเตอร์เน็ตเท่านั้น

การร่วมมือกันทางธุรกิจของดีแทคและแกรมมี่ ถือเป็นการร่วมมือกันเพื่อลดข้อจำกัดดังกล่าว

เนื่องจากจำนวนผู้ใช้โทรศัพท์มือถือของดีแทค มีจำนวนถึง 18 ล้านคน และจัดว่าเป็นเครื่องมือชนิดหนึ่งที่สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้โดยตรง และผู้บริโภคเอง ยังได้รับความสะดวกในการเข้าถึงสินค้าและบริการต่างๆได้

ทางค่ายเพลงก็สามารถใช้มือถือของผู้บริโภค เป็นตัวเข้าถึง เพลง ได้ง่ายขึ้น ซึ่งเมื่อรวมกับราคาที่สมเหตุสมผล วิธีการดังกล่าว จึงอาจจะเป็นการพลิกอุตสาหกรรมเพลงให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

Strategy: Partnership Strategy (Horizontal Complementary Strategic Alliance)

วิเคราะห์ จาก ข่าวต้นฉบับ : “ดีแทค” ผนึก “จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่” ปลุกกระแสดาวน์โหลดเพลงถูกกฎหมาย คลอดแคมเปญ “Happy Vampires*333”

Comments

comments

You may also like...

Leave a Reply