ดีแทคย้ำลงทุนเครือข่ายรับกระแสเติบโตของสมาร์ทโฟนและโมบายอินเตอร์เน็ต

ดีแทคคาดการใช้งานดาต้าหรือรับส่งข้อมูลบนสมาร์ทโฟนจะเติบโตขึ้น 100% ในปี 2553 เร่งขยายศักยภาพเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเพิ่มอีก 30% ทั้งบน EDGE และ GPRS ในไตรมาส 1 เตรียมพร้อมรองรับการขยายตลาดสมาร์ทโฟนและการรุกตลาด iPhone ของดีแทคในเร็ว ๆ นี้

ในภาพ นายปกรณ์ พรรณเชษฐ์ ผู้อำนวยการอาวุโส กลุ่มธุรกิจบริการเสริม และนายวรรษิษฐ์ ไสยวรรณ ผู้อำนวยการอาวุโส กลุ่มธุรกิจต่างประเทศ บริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ให้ความมั่นใจในความพร้อมของเครือข่ายดีแทค ณ ศูนย์ควบคุมและปฏิบัติการของดีแทค หรือ SOC

นายปกรณ์ พรรณเชษฐ์ ผู้อำนวยการอาวุโส กลุ่มธุรกิจบริการเสริม บริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า “ดีแทคมีความพร้อมในการก้าวรุกตลาดสมาร์ทโฟนครั้งสำคัญด้วยการสร้างคุณภาพเครือข่ายที่เหนือกว่าอย่างเป็นรูปธรรมภายในไตรมาสที่ 1 นี้ โดยการขยายศักยภาพบนโครงข่ายเพื่อรองรับการให้บริการด้านสื่อสารข้อมูลเพิ่มมากขึ้นอีก 30% จะเสร็จสิ้นในเดือน มีนาคม และภายในเดือนเมษายนทางบริษัทจะทำการอัพเกรดทุกสถานีฐานเป็นสถานีเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงบนเทคโนโลยี EDGE ทุกสถานี เป็นจำนวนกว่า 10,000 สถานีทั่วประเทศ การลงทุนครั้งล่าสุดนี้จะช่วยขยายแบนด์วิธในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตทั้งภายในประเทศและต่างประเทศเป็น 2.4 กิกะบิตต่อวินาที (Gbps) รองรับการใช้งานของลูกค้ากว่า 300,000 คนได้พร้อมกันในแต่ละวินาทีอย่างมีประสิทธิภาพ”

“ในฐานะที่เป็นผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่รายแรกของไทยที่ให้บริการสื่อสารครอบคลุมทั่วประเทศ ทั้งเสียง ภาพ และข้อมูล มีการบริหารจัดการช่องสัญญาณสำหรับการรับส่งข้อมูลโดยเฉพาะแยกจากช่องสัญญาณเสียง เราจึงมีความเชื่อมั่นในเครือข่ายของเราว่าช่วยให้การสื่อสารข้อมูลเร็วกว่า และดีกว่า ดีแทคยังให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนมีนโยบายที่จะใช้อุปกรณ์และเทคโนโลยีโครงข่ายจากผู้ผลิตและให้บริการมาตรฐานสูงรายเดียวบนสถานีเครือข่ายทั้งหมด ซึ่งทำให้การส่งผ่านสัญญาณมีความเสถียรทั่วทั้งประเทศ ผู้ใช้สามารถรับส่งข้อมูลด้วยความเร็วสูงสุดและมีความมั่นคงในการเชื่อมต่อ”

“จากการติดตามตัวเลขการใช้งานดาต้าของลูกค้าบนเครือข่ายดีแทคต่อคนในปี 2552 เพิ่มขึ้นจากเดือนละ 230 นาที ในช่วงต้นปี เป็น 360 นาทีในช่วงปลายปี รวมทั้งปริมาณการดาวน์โหลดข้อมูลก็เพิ่มขึ้นอย่างสัมพันธ์กันจากระดับเฉลี่ยที่ 80 – 100 เมกะไบต์ต่อเดือนเป็น 120 – 130 เมกะไบต์ต่อเดือน แสดงให้เห็นว่าลูกค้ามีความเชื่อมั่นและคุ้นเคยในการใช้งานเครือข่ายดีแทคมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง”

ทั้งนี้ ปริมาณการเพิ่มขึ้นของการใช้งานดาต้าบนเครือข่ายดีแทคมาจากกลุ่มลูกค้าสมาร์ทโฟน และฟีเจอร์โฟนที่เพิ่มขึ้นกว่า 40% ในปีที่ผ่านมา โดยลูกค้ากลุ่มนี้มีพฤติกรรมการใช้งานโมบายอินเทอร์เน็ตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการสื่อสารบนเครือข่ายสังคมออนไลน์หรือโซเชียลเน็ตเวิร์ค เช่น Facebook, Twitter, Youtube  การขยายประสิทธิภาพของเครือข่ายจึงเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการเติบโตของตลาดสมาร์ทโฟนต่อเนื่องในปีนี้ 

“การขยายช่องสัญญาณหรือแบนด์วิธอินเทอร์เน็ตของดีแทคได้เริ่มมาอย่างต่อเนื่องในช่วงปีที่ผ่านมาสอดคล้องกับปริมาณการใช้งานด้านดาต้าที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และจากคาดการณ์การเติบโตแบบก้าวกระโดดในปีนี้ เราจึงได้ขยายขีดความสามารถเครือข่ายเพิ่มขึ้นอีกเป็น 2.4 กิกะบิตตั้งแต่ต้นปี ซึ่งนับเป็นเครือข่ายที่ดีทีสุดในขณะนี้ ช่องสัญญาณที่กว้างขึ้นนี้จะช่วยให้ลูกค้าทั้งปัจจุบันและลูกค้าใหม่ได้รับความพึงพอใจ มีความสะดวกรวดเร็วในการใช้งานยิ่งขึ้นในทุกช่วงเวลา แม้ในช่วงค่ำที่มีการใช้งานหนาแน่นที่สุด หรือ prime time” นายปกรณ์กล่าว

นอกจากนี้เพื่อเป็นการรองรับความต้องการและตอบข้อสงสัยของลูกค้าที่เกี่ยวข้องกับการใช้บริการเครือข่าย ดีแทคได้เปิดตัว “dSmart Solution” ระบบควบคุมดูแลระบบโครงข่าย และการบริการลูกค้าที่จุดเดียวแบบครบวงจรด้วยงบลงทุนกว่า 850 ล้านบาท เมื่อปลายปี 2552 ที่ผ่านมา ซึ่งติดตั้งที่ศูนย์ควบคุมและปฏิบัติการของดีแทค หรือ (Service Operation Center – SOC) สามารถตรวจสอบการทำงาน ข้อบกพร่อง และปัญหาต่างๆ ของระบบเครือข่าย ตลอดจนบันทึกรายงานคำร้องเรียนของผู้ใช้บริการแบบเรียล-ไทม์ พร้อมเครื่องมือช่วยวิเคราะห์สาเหตุเพื่อการจัดการแก้ปัญหาได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น หากลูกค้ามีปัญหาเกี่ยวกับการเข้าระบบ EDGE/GPRS เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบได้ในทันทีว่าปัญหาเกิดจากระบบเครือข่ายไม่ทำงาน หรือเกิดจากการตั้งค่าของเครื่องโทรศัพท์มือถือที่อาจผิดพลาด เป็นต้น

“คุณสมบัติของเครือข่ายการสื่อสารเป็นสิ่งสำคัญมากในการใช้งานสมาร์ทโฟน ซึ่งเมื่อใช้งานบนเครือข่ายความเร็วสูงของดีแทคที่สามารถสื่อสารและรับส่งข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว มีคุณภาพ สัญญาณที่เสถียร คงที่ ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ ผู้ใช้จะสามารถใช้ประโยชน์จากสมาร์ทโฟนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ” นายปกรณ์กล่าวเสริม

Comments

comments

You may also like...

Leave a Reply