และแล้วก็ได้เวลาของ Éclair (Android 2.1) มาดูกันว่ามีอะไรเปลี่ยนไป

และแล้วผมก็ได้เวลาทดลอง Éclair บน T-Mobile G1 (HTC Dream) ของผมซะที หลังจากที่รอให้ตัว ROM ได้รับการพัฒนามาได้ระดับหนึ่ง ซึ่ง ROM ที่ผมใช้วันนี้พัฒนาโดยนักพัฒนาชื่อ manup456 ซึ่งท่านที่สนใจสามารถเข้าไปอ่านรายละเอียดและดาวน์โหลดได้ที่ http://forum.xda-developers.com/showthread.php?t=598973

มาเริ่มจากข้อมูลเบื้องต้นกันก่อนนะครับ

ROM: Éclair 2.1 v.1.5

Size: 72 MB

Requirements

•    Haykuro SPL

•    Radio 2_22_19_26I

•    Ext3/Swap partitions

•    Root access

•    Micro SD card อย่างน้อย 8 GB

ผมเริ่มจากการดาวน์โหลดไฟล์ Haykuro SPL และตัว ROM มาก่อน จากนั้นก็เอาไปวางบน micro SD ทั้งคู่และทยอยอัพเดท แต่ใครจะใช้วิธีเปลี่ยนชื่อเป็น update.zip แล้วอัพเดททีละไฟล์ก็แล้วแต่ถนัดครับ

มาดูกันทีละขั้นตอนเลยนะครับ

ขั้นตอนแรกสุดผมก็ตรวจความพร้อมของ micro SD ก่อนว่าเป็น Ext3 และมี swap partition แล้วหรือยัง ซึ่งโชคดีว่าผมได้ทำไว้แล้วตั้งแต่ก่อนหน้านี้ ดังนั้นจึงเริ่มดำเนินการต่อได้เลย โดยให้เข้าไปที่ recovery mode แล้วทำการ wipe ทั้ง ext และ factory reset เพื่อลบไปจาก ROM เก่าทิ้งก่อน

หลังจากที่ copy ไฟล์ทั้ง 2 มาไว้บน micro SD แล้ว ก็ได้เวลาทยอยติดตั้ง โดยต้องเริ่มจากเข้าสู่ recovery mode แล้วลง Haykuro SPL ก่อน เมื่อเสร็จแล้วก็ restart ทีนึงแล้วเข้ามายัง recovery mode อีกครั้ง

คราวนี้ก็ได้เวลาของตัว ROM

และนี่คือหน้าจอระหว่างติดตั้งตัว ROM

เมื่อเสร็จแล้วให้ reboot เครื่อง แล้วจะเข้าสู่การโหลดปกติ

นี่คือหน้าแรกที่จะเห็น เป็นหน้าโหลดที่เป็น animation สีสวยทีเดียว

แล้วก็เข้าสู่หน้าจอล็อคของ Android ที่กลายเป็น Éclair ไปเรียบร้อยแล้ว

เมื่อทำการ unlock ก็จะเข้าสู่หน้าจอหลัก

พอเข้าไปดูที่ About ก็จะเห็นว่า Firmware version เป็น 2.1 ไปเรียบร้อยแล้ว

เมื่อเริ่มทำการตั้งค่าต่างๆ จะเห็นว่าเราสามารถ sync หมายเลขโทรศัพท์กับฐานข้อมูลของเราบน Facebook ได้แล้ว

คราวนี้มาดูจากหน้าจอของตัวโทรศัพท์กันเลยดีกว่าครับ

หน้าจอล็อค ดูเท่กว่าเวอร์ชั่นก่อนๆมาก

หน้าจอหลักดูเรียบง่ายเหมือนเดิม แต่คราวนี้ตัวไอคอนต่างๆไม่เอียงแต่เหมือนถ่ายภาพหน้าตรงไปแล้ว

มาดูชัดๆอีกครั้งกับข้อมูล Firmware

ในส่วนของเมนูก็มีบางโปรแกรมติดมาด้วย แต่เนื่องจากไม่ใช่ official ROM ดังนั้นโปรแกรมที่มีมาด้วยจะไม่เหมือนกับที่เราจะเห็นบนเครื่องรุ่นใหม่ๆ เช่น Nexus One

ในส่วนของ notification bar จะเห็นว่าด้านล่างมีแถบเขียนไว้ว่า Notifications เพิ่มเข้ามา

เมื่อเข้ามาที่ส่วนการโทร จะพบว่าหน้าตาปุ่มเปลี่ยนไป

เมื่อดูที่ contact จะพบว่าในส่วนของเมนู เราสามารถตั้ง account ได้มากกว่า 1 account และมีฟังก์ชั่นรองรับการถ่ายโอนข้อมูลด้วย นอกจากนั้นเราสามารถตั้งเสียงเรียกเข้าและกลุ่มได้อย่างอิสระ

จากนั้นถ้ากดเข้าไปที่ Options เราจะเห็นว่าเราสามารถตั้งค่าการ sync ข้อมูลได้

และเมื่อเราคลิกที่รูปของ contact จะมีแถบเมนูขึ้นมาให้เราเลือกได้ว่าต้องการจะโทร ส่งเมลล์ ส่ง SMS หรือดูข้อมูลเฉยๆ

ส่วนต่อมาคือ Calendar ซึ่งไม่ต่างจากเดิมนัก ยกเว้นแต่ว่าเพิ่มสิ่งที่ขาดไปก่อนหน้านี้ คือการกลับมาหน้าหลักที่เป็น Month View ส่วนนี้เป็นส่วนที่ผมถือว่าสะดวกขึ้น จากที่ก่อนหน้านี้ถ้าเรากดเข้าไปดูรายละเอียดของแต่ละวันแล้วมันจะไม่กลับมาหน้านี้อีกแต่ออกจาก Calendar ไปเลย

ส่วนของ Google Maps ก็ยังคงเหมือนเดิม

Market ก็เช่นกัน ยังคงเหมือนเดิม

ส่วนของกล้องก็เช่นกัน

ส่วนที่เพิ่มขึ้นมาคือ Car Home ที่ช่วยอำนวยความสะดวกสำหรับผู้ที่ต้องการตั้งโทรศัพท์ไว้ข้างๆระหว่างขับรถ ทำให้ผู้ใช้สามารถเลือกใช้งานโปรแกรมหลักๆได้ง่ายๆ เช่น การดูแผนที่ การโทรออกด้วยเสียง หรือระบบนำทาง (ที่ยังใช้ในเมืองไทยไม่ได้)

สำหรับหลายๆคนที่ห่วงเรื่องภาษาไทย ผมได้ทำการนำฟอนต์ไปวาง และติดตั้งคีย์บอร์ดของ Droidsans ก็สามารถใช้งานได้ทันทีโดยไม่มีปัญหาในการแสดงผลใดๆ

ส่วนที่ดูมีการปรับปรุงเล็กน้อยคือ Youtube

หน้าตาเมนู ที่สามารถเลือกระหว่าง High Quality กับ Normal Quality ได้

ส่วนสุดท้ายคือ Browser ที่ยังไม่รองรับ Flash อยู่ดี แต่คราวนี้มีแถบ address bar โผล่มาด้านบนแล้ว และเราสามารถซูมเข้าออกด้วยการ double tap ได้

เอาละครับ คงพอจะได้เห็นภาพคร่าวๆกันแล้วนะครับ ซึ่งที่ผมรีวิวอาจจะไม่เหมือนกับระบบปฎิบัติการตัวเต็มที่ท่านผู้อ่านจะเห็นบน Nexus One หรือรุ่นใหม่ๆที่ใช้ Eclair ของแท้ เนื่องจาก ROM นี้ผ่านการดัดแปลงมาบางส่วน อย่างไรก็ตามส่วนประกอบหลักๆคงจะคล้ายกันครับ

จากการทดลองใช้ได้ไม่นานนัก ต้องบอกว่าตัวระบบปฎิบัติการคงได้รับการปรับปรุงมาพอสมควรทีเดียว สามารถรู้สึกถึงความเร็วและลื่นในการเรียกใช้โปรแกรมและการเลื่อนหน้าจอ ทั้งๆที่เครื่องที่ผมใช้ทดสอบคือ G1 ซึ่งถือว่าสเปคต่ำมากจนแทบจะไม่รองรับ Éclair แล้ว

ตอนนี้ก็ได้แต่ตั้งตารอโทรศัพท์รุ่นใหม่อย่าง Nexus One หรือ HTC Bravo เพื่อจะได้สัมผัสกับ”ของจริง”ครับ ถ้าใครมีโอกาสได้ทดลองแล้วอย่าลืมมาเล่าสู่กันฟังนะครับ

Comments

comments

You may also like...

Leave a Reply