รีวิว Galaxy Player 4.2 ตอนที่ 2 – แบตเตอรี่ และประสิทธิภาพ

ก่อนหน้านี้ ที่ได้มีการปล่อย รีวิว Galaxy Player 4.2 ตอนที่ 1 – Hardware ออกไป ซึ่งจะเป็นการพินิจพิจารณาเพียงรูปลักษณ์ภายนอกของ Galaxy Player 4.2 อย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งในคราวนี้ ก็ถึงเวลาที่เราจะมาทดสอบกันแล้วว่า เนื้อในของ Galaxy Player 4.2 ตัวนี้ จะมีดีแค่ไหน และในบทความนี้ เราจะมาพูดถึงเรื่องแบตเตอรี่และประสิทธิภาพการทำงานของเจ้า Galaxy Player 4.2 กันบ้าง

แน่นอนว่า ทั้งสองเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่มีความสำคัญมากกับการใช้งานทั่วไป โดยในบทความรีวิวฉบับนี้ เราจะมาชี้ให้ดูกันว่า เจ้า Galaxy Player 4.2 เนี่ย จะมีจุดเด่นจุดด้อยในด้านแบตเตอรี่และประสิทธิภาพในส่วนไหนบ้าง

 

แบตเตอรี่

เรามาเริ่มกันที่ส่วนที่จะเรียกก็ได้ว่า เป็นส่วนสำคัญที่สุดของการใช้งานก็ว่าได้ คือ แบตเตอรี่ เพราะเจ้าแบตเตอรี่นี้ จะเป็นส่วนสำคัญของระยะเวลาในการใช้งานครับ นอกจากแบตเตอรี่แล้ว ก็ยังต้องมีซอฟต์แวร์ด้วย ที่จะต้องทำงานและมีการดึงพลังงานจากแบตเตอรี่มาใช้งานอย่างเหมาะสม จึงจะทำให้มีระยะเวลาการใช้งานที่นาน

เมื่ออ้างอิงตามสเปค, Galaxy Player 4.2 นี้ ใช้แบตเตอรี่ Li – ion ความจุ 1,500 mAh, สามารถเล่นเพลงได้นานต่อเนื่อง 60 ชั่วโมง (ไฟล์ประเภท MP3 แบบ 128 Kbps, ระดับเสียง 15, Equalizer อัตโนมัติ, และปิดหน้าจอ) และเล่นวีดีโอได้นานต่อเนื่อง 8 ชั่วโมง

อันดับแรก เราจะวัดผลการทดสอบแบตเตอรี่ของเจ้า Galaxy Player 4.2 กันก่อน โดยผลที่ได้จะออกมาเป็นตัวเลข หรือที่เรียกกันว่า Benchmark นั่นเอง โดยแอพพลิเคชั่นที่ใช้ทดสอบ ก็คือ AnTuTu Tester

และผลการทดสอบ ก็ออกมา ดังนี้ครับ

 

 เราจะเห็นว่า ผลการทดสอบแบตเตอรี่ของ Galaxy Player 4.2 นั้น จะออกมาในระดับที่ค่อนข้างสูง หากดูจากภาพเปรียบเทียบด้านบน (ซึ่งรายชื่อเครื่องค่อนข้างเก่า เหมือนยังไม่มีการอัพเดท) จะเห็นว่า แบตของ Galaxy Player 4.2 นี้ อึดเป็นน้องๆ ของ Tablet เลยทีเดียว

แต่อย่างว่า เราอาจจะนำ Galaxy Player 4.2 ไปเทียบกับ Smartphone เลยก็ไม่ได้ซะทีเดียว เพราะว่า Galaxy Player 4.2 ตัวนี้ มันเป็น Media Player ครับ ซึ่งมันไม่สามารถโทรออกได้ และการไม่ต้องใส่ซิมและจับสัญญาณอยู่เรื่อยๆ ยังไงก็ต้องประหยัดแบตกว่า Smartphone อย่างแน่นอน

เมื่อเราได้ดูตัวเลขของการทดสอบไปแล้ว คราวนี้เรามาดูการใช้งานจริงกันดีกว่าครับ โดยงานนี้ ผมได้ลองนำไปทดสอบในชีวิตประจำวันจริงๆ และเนื่องจากตัวซอฟต์แวร์ของ Galaxy Player 4.2 ยังเป็น Gingerbread อยู่ จึงยังไม่มีตัวเก็บสถิติแบตเตอรี่มาให้ ดังนั้น งานนี้ผมเลยใช้แอพพลิเคชั่น GSam Battery Monitor แทน ซึ่งในการทดสอบครั้งนี้ ผมจะหยุดทดสอบและสรุปผลทดสอบออกมาเมื่อแบตเตอรี่อยู่ในระดับที่คนทั่วไปจะชาร์จ คือ ราวๆ 30% – 40%

ผมได้แบ่งเป็นกรณีทดสอบออกเป็น ดังนี้

 

1. เปิดทิ้ง และปิดหน้าจอไว้ (ไม่เปิด WiFi)

สำหรับกรณีแรก ผมจะสมมุติขึ้นมาว่า เราเกิดติดธุระระยะยาว ไม่มีโอกาสที่จะได้ใช้เจ้า Galaxy Player 4.2 เลย และได้ทำการปิดหน้าจอ Standby, ปิด WiFi และวางเอาไว้เฉยๆ ซึ่งผลทดสอบที่ออกมาคือ ตามนี้

ผลที่ได้มา คือ Galaxy Player 4.2 สามารถเปิด Standby ไว้ โดยที่ไม่เปิด WiFi และไม่มีการใช้งาน ได้นานกว่า 14 วัน เลยทีเดียว ที่ผมบอกว่าได้นานกว่า 14 วันก็เพราะ จริงๆ แล้วผมเปิดทิ้งไว้นานกว่า 14 วันกว่าแน่นอน แต่เจ้าแอพ GSam มันเก็บสถิติได้แค่เท่านี้ สังเกตได้จากกราฟ ปริมาณแบตสุดท้ายมันจะอยู่ที่ 40% ต้นๆ แต่ปริมาณแบตปัจจุบัน อยู่ที่ 38% แล้ว

 

2. เปิดทิ้ง และปิดหน้าจอไว้ (เปิด WiFi)

คราวนี้มาถึงกรณีที่ผมคิดว่า คนส่วนใหญ่จะทำกันบ่อย คือ ปิดหน้าจอ Standby ทิ้งเอาไว้ไม่ได้ใช้เหมือนกัน แต่คราวนี้คือเปิด WiFi ทิ้งเอาไว้ด้วย (อาจจะเป็นเพราะตั้งใจ หรือว่าลืมปิดก็แล้วแต่) ซึ่งผลทดสอบที่ได้ออกมาคือ

 

และผลทดสอบครั้งนี้ ถือว่าแตกต่างจากที่ไม่เปิด WiFi เป็นอย่างมาก เพราะมันสามารถเปิด WiFi ทิ้งไว้ และอยู่ได้นานแค่ 4 – 5 วันเท่านั้น หรือถ้าเอาจนแบตหมดเลย ก็ได้ราวๆ 1 สัปดาห์

 

3. ฟังเพลงแบบ Non-Stop

และแน่นอน เพราะด้วยความที่ว่า เจ้า Galaxy Player 4.2 เป็น Media Player เพราะฉะนั้นการทดสอบความอึดของแบตเตอรี่ในการฟังเพลงก็จะพลาดไม่ได้เช่นกัน ซึ่งการทดสอบนี้ ไม่ใช่ผมเปิดเพลงตลอดนะครับ เพราะผมไม่มีเวลามานั่งเฝ้าขนาดนั้น (และในชีวิตจริงผมก็เชื่อว่าไม่มีใครมาเปิดตลอดเวลาไม่มีหยุดเช่นกัน) โดย Non-Stop ที่ผมพูดนี้ ก็หมายถึง เมื่อมันเล่นจบรอบทุกเพลง และมาเจอว่ามันเล่นจนจบรอบแล้ว ก็จะเปิดใหม่เรื่อยๆ แบบไม่มีหยุดครับ

ในกรณีนี้ ผมได้เปิดเพลงบนหูฟัง Headphone โดยเพลงที่ใช้ทดสอบมีอยู่ 52 เพลง ทุกเพลงเป็นไฟล์ MP3 และส่วนใหญ่มีบิตเรท 192 Kbps, Equalizer แบบอัตโนมัติ, และระดับความดังที่ 12 ซึ่งผลทดสอบได้ออกมา ดังนี้ครับ

 

จากผลการทดสอบ เราก็จะเห็นว่า การฟังเพลงนั้น ก็ใช้พลังงานไม่ใช่น้อยเช่นกัน เพราะเมื่อได้ลองเปิดเพลงแบบ Non-Stop ดูแล้ว ปรากฎว่า อยู่ได้แค่ 4 -5 วันเท่านั้น ซึ่งผมให้สูงสุดเลยก็คือ 5 วันนิดๆ

 

สรุป: สำหรับเรื่องแบตเตอรี่ของ Galaxy Player 4.2 โดยรวมแล้วอยู่ในระดับที่พอรับได้ แต่ควรจะทำให้อยู่ได้นานกว่านี้ เพราะ ตัวมันเองก็ไม่สามารถโทรออกหรือรับสัญญาณโทรศัพท์ได้อยู่แล้ว จึงควรจะอยู่ได้นานเป็นพิเศษ แต่เมื่อผู้ใช้ใช้ฟังเพลงและเล่นเน็ตผ่าน WiFi กลับกลายเป็นว่าแบตดันลดฮวบขึ้นมาแบบที่ว่า แทบไม่ต่างจาก Smartphone เครื่องอื่นๆ เลย ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นการฟังเพลง หรือการเล่นอินเทอร์เน็ต ถ้าอยากให้เครื่องใช้งานได้นานๆ ก็ไม่ควรที่จะที่จะทำสองอย่างนี้พร้อมกัน ควรทำทีละอย่าง เพื่อเป็นการประหยัดแบตเตอรี่ของเราเอาไว้ครับ

 

ประสิทธิภาพ

และในส่วนต่อไป ก็คือ การทดสอบประสิทธิภาพของ Galaxy Player 4.2 ซึ่งการทดสอบนี้ การวัดจากการใช้งานหรือความรู้สึกนั้น ไม่สามารถใช้ได้ ถึงแม้เราอาจจะรู้สึกได้ถึงข้อดีข้อเสียของเครื่องว่ามีจุดเด่นจุดด้อยตรงไหนบ้าง แต่ในด้านประสิทธิภาพนั้น เราจะใช้ความรู้สึกตัดสินไม่ได้ ดังนั้น งานนี้เราจึงจะทดสอบโดยใช้แอพพลิเคชั่นเพียงอย่างเดียว โดยวัดค่าออกมาเป็นตัวเลข ซึ่งการวัดเหล่านี้มีการทดสอบที่เชื่อถือได้ มีหลักการ มีมาตรฐาน ค่าที่ได้ออกมาจึงใกล้เคียงกับความเป็นจริงเป็นอย่างมาก เราจึงสามารถใช้ผลการทดสอบนี้เป็นหลักได้อย่างแน่นอน

 

1. ทดสอบ Multi Touch

ในการทดสอบระบบ Multi Touch ของเครื่อง Galaxy Player 4.2 นี้ เราจะใช้แอพพลิเคชั่น AnTuTu Tester ในการทดสอบเช่นเดิม ซึ่งผลทดสอบ มีดังนี้

ซึ่งผลทดสอบที่ออกมา เห็นได้ชัดว่า Galaxy Player 4.2 รองรับการ  Multi Touch ได้สูงสุด 5 จุด

 

2. ทดสอบประสิทธิภาพโดยรวม

ในการทดสอบประสิทธิภาพโดยรวมนี้ จะมีการทดสอบทุกๆ ด้าน ทั้งความสามารถในการคำนวณของ CPU, การเขียน การอ่านข้อมูลจากฐานข้อมูล ฯลฯ ซึ่งในการทดสอบนี้ เราจะใ้ช้แอพพลิเคชั่น AnTuTu Benchmark เป็นตัวแรกในการทดสอบ ซึ่งผลที่ออกมา ได้ตามนี้

 

 

และแอพพลิเคชั่นตัวต่อไปที่เราจะใ้ช้ทดสอบ คือ แอพพลิเคชั่น Quadrant Benchmark ซึ่งผลที่ออกมาได้ตามนี้

 

 

3. ทดสอบประสิทธิภาพด้านกราฟิค

การประมวลผลด้านกราฟิคก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญ ไม่ใช่แค่การเล่นเกมเท่านั้น แต่ยังเป็นถึงทุกๆ ส่วน ที่มีการใช้กราฟิค แม้แต่ในหน้า Home Screen ซึ่งการประมวลผลด้านกราฟิคนี้ จะเป็นตัววัดว่าเครื่องของเราจะมีความลื่นไหลในการใช้งานมากแค่ไหน

เริ่มทดสอบด้านกราฟิคกับแอพพลิเคชั่นตัวแรก คือ Neo Core ซึ่งผลการทดสอบ ได้ตามนี้

 

และในการทดสอบกับแอพพลิเคชั่นตัวต่อไป ตัวนี้ถือว่ามีการทดสอบกราฟิคที่โหดกว่า Neo Core ตัวแรกมาก ซึ่งแอพพลิเคชั่นดังกล่าวก็คือ NenaMark 2 และผลการทดสอบที่ได้ คือ

 

สรุป: ในเรื่องประสิทธิภาพของ Galaxy Player 4.2 อาจจะอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่ดีนัก แต่การที่ประสิทธิภาพของเครื่องต่ำ ใช่ว่าเจ้าตัวนี้จะไม่ดีหรืออืดครับ เพราะเท่าที่ตัวผมใช้งานเอง เจ้า Galaxy Player 4.2 นี้ถือว่าลื่นในระดับหนึ่งเลย รวมไปถึงการเล่นเกมหนักๆ อย่าง Dead Trigger เอง ก็เล่นได้อย่างลื่นไหลดี ไม่มีการติดขัดแต่อย่างใด

และก็ขอจบการรีวิว Galaxy Player 4.2 ตอนที่ 2 ในด้านแบตเตอรี่และประสิทธิภาพครับ ในตอนต่อไป จะเป็นการรีวิวตอนสุดท้าย เกี่ยวกับแอพพลิเคชั่นและการฟังเพลงสำหรับ Galaxy Player 4.2 เร็วๆ นี้ครับ

Comments

comments

You may also like...

Leave a Reply