iPad Review : User Edition (ตอนที่ 1)

ถึงตรงนี้ เชื่อว่าหลายๆ ท่านคงรู้ข่าวแล้วว่า iPad มีมาวางจำหน่ายในเมืองไทยแล้ว ณ MBK ที่เดิม… แต่ด้วยราคาที่สูงลิ่วในตอนนี้ (ได้ยินว่าสามหมื่นกว่าบาท) จึงทำให้ยังไม่เป็นที่แพร่หลายนัก ยิ่ง Apple เพิ่งออกมาให้ข่าวว่า iPad ขายดีมากในอเมริกา ดังนั้นจึงขอเลื่อนการวางจำหน่ายแบบนานาชาติไปเป็นอย่างน้อย นู่น สิ้นเดือนพฤษภาคม (ข่าวจาก Mashable) เลยยิ่งน่าจะทำให้คนไทยโดยทั่วไปยังไม่มีโอกาสได้สัมผัสกับเจ้า iPad นี่เท่าใดนัก

คำถามที่คาใจที่สุดของพวกเราก็น่าจะเป็น… “จะซื้อ iPad ดีไหม?” “ซื้อแล้วจะคุ้มไหม… มันใช่ iPod Touch ขยายร่างรึเปล่า?” “มันจะใช้แทน Notebook ได้ไหม?” ประมาณนี้

บังเอิญว่าผมได้รับการอุปการะ ให้ยืม iPad มาเล่นๆๆๆๆๆ อยู่สามสี่วัน… ผมจึงขอให้โอกาสนี้ เล่นๆๆๆๆๆๆ เพื่อหาคำตอบให้พวกเรากันครับ

ออกตัวก่อนเลยว่าการรีวิวของผมนี้ จะไม่พูดเรื่องว่า iPad ทำอะไรได้ ทำอะไรไม่ได้ ในลักษณะของการรีวิวแบบทั่วๆ ไปนะครับ รีวิวแบบนั้น ขอให้ไปอ่านเอาจากเว็บเมืองนอก หรือเท่าที่เห็นเว็บในไทยก็มีบางที่ได้มารีวิวกันแล้วเช่นกัน… รีวิวของผมนี่ จะเป็นในลักษณะของการใช้งานโดย user ซึ่งผมจะสมมติว่าตัวผมเองเป็น user และผมก็จะลองทำโน่น ทำนี่ด้วย iPad ดูว่าเจ้า iPad นี่มันจะทำให้ผมได้หรือไม่ได้ครับ

โดยผมจะเน้นที่ ฟรี หรือ ใช้เงินน้อยที่สุด (ดังนั้น app ใดที่ราคาเกิน $0.99 ผมจะไม่พูดถึง)

iPad คือ iPhone/iPod Touch ขยายร่างหรือเปล่า?

ถ้าหาก iPad มีขนาดหน้าจอ 9.6″ แต่ดันใช้ความละเอียดหน้าจอที่ 320 x 480 เหมือน iPod Touch หรือ iPhone นี่สิถึงจะเรียกว่า iPad คือรุ่นขยายร่าง… แต่ iPad นั้นมีความละเอียดหน้าจอที่ 768 x 1024 (ในกรณีจับตัวเครื่องเป็นแนวตั้ง) ประกอบการที่ Apple มาเขียน app พื้นฐานซะใหม่หมดจด เพื่อให้ใช้งานพื้นที่ของหน้าจอของ iPad ได้เต็มที่ ดังนั้นบอกได้เลยว่า iPad ไม่ใช่ iPod Touch หรือ iPhone ฉบับขยายร่างแน่นอนครับ

Mail client บน iPad อ่านอีเมล์ง่ายกว่า iPhone เยอะ

การเอา app บน iPhone/iPod Touch มาใช้

เชื่อว่าหลายคนที่อยากซื้อ iPad ย่อมเป็นเจ้าของ iPod Touch หรือ iPhone กันอยู่ก่อนแล้ว… ซึ่ง Apple มองตรงนี้ออก และรับประกันว่า app บน iPod Touch/iPhone ยังจะสามารถนำไปใช้บน iPad ได้อย่างแน่นอน แต่ว่าจะมีความละเอียดเท่ากับที่อยู่บน iPod Touch/iPhone นะ ดังนั้นจะเห็นเป็นภาพขนาดเล็กๆ อยู่กลางจอ iPad แต่หากต้องการดูแบบเต็มๆ จอ ซึ่งจะทำให้การพิมพ์ หรือการใช้งานง่ายขึ้น ก็สามารถใช้โหมด 2x เพื่อขยายให้เต็มจอได้ครับ… แต่นั่นหมายความว่า กราฟิกที่ได้อาจดูแตกๆ อยู่บ้าง… ดูตัวอย่างจากโปรแกรม Echofon ครับ ผมลองดูในโหมด 2x แล้ว ภาพแตกกระจายดูไม่แจ่มเลย

Echofon บน iPad แบบ 1x

Echofon บน iPad แบบ 2x

แล้วถ้าเป็นเกมล่ะ? สำหรับผมแล้ว ผมว่ายังพออยู่ในเกณฑ์ที่รับได้นะครับ… ผมว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ ความรู้สึกใครความรู้สึกมัน… ผมก็เลยขอเอารูปภาพจากเกม Final Fantasy I กับ Street Fighter IV กับ Need for Speed Undercover มาให้ดูเพื่อประกอบการตัดสินใจว่า ยอมรับได้ หรือ ยอมรับไม่ได้ ดีกว่า

แต่ที่แน่ๆ การควบคุมลำบากกว่าเดิมนิดหน่อยละครับ ลองนึกดูนะครับว่า ปุ่มควบคุมอะไรก็ตาม จะใหญ่ขึ้น 2 เท่าไปหมด… เกมภาษาอย่าง Final Fantasy หรือเกมที่ใช้ Accelerometer ในการควบคุมอย่าง Need for Speed น่ะไม่เท่าไหร่ เพราะค่อยๆ กดไปได้ แต่เกมอย่าง Street Fighter IV หรือเกมแนว Adventure นี่ท่าจะเรื่องใหญ่ การกดท่ายุ่งยากกว่าเดิมเยอะครับ โดยเฉพาะท่าไม้ตายระดับ Super Combo และ Ultra Combo… แม้จะเปิดฟังก์ชั่นช่วยกดท่าอย่างง่ายแล้วก็ตาม เพราะระยะห่างจากแต่ละปุ่มมันไกลกันเหลือเกิน… นี่อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เราต้องยอมควักซื้อเกมในแบบ HD ก็ได้ (ถ้ามันมีอะนะ)

การเล่นเกมบน iPad

ผมเชื่อว่ามีหลายคนกะซื้อ iPad มาเล่นเกม… โดยส่วนตัวผม ถ้าต้องควักกระเป๋าหมื่นกว่าบาทเพื่อซื้อ iPad มาเล่นเกม ผมไปเสียตังค์ซื้อ PS3 ดีกว่า กราฟิกก็ดีกว่าเยอะ เกมก็จุใจกว่า (ลองนึกถึง Street Fighter IV บน iPad กับ PS3 เทียบกันก็ได้… หรือจะลองนึกถึง Final Fantasy I บน iPad เทียบกับ Final Fantasy XIII บน Xbox 360 ดี?) แต่ก็เอาเถอะครับ ถ้าคุณคิดอยากซื้อเกมมาเล่นบน iPad ผมก็จะรีวิวว่ามันเหมาะไหมให้ครับ

โดยส่วนตัวผม iPad มีขนาดจอที่ใหญ่ การจะควบคุมเกมบน iPad นี่ ทำได้ยากกว่า iPod Touch หรือ iPhone ซึ่งมีขนาดเล็กเหมือนกับตัว Controller ซะมากกว่า… ดังนั้นเกมที่เหมาะกับ iPad น่าจะเป็นแนว Command & Conquer หรือพวก We Rule ครับ (We Rule นี่มีทั้งเวอร์ชันบน iPhone และ iPad เลยนะ… ใครเล่นแล้ว add ผม kafaak ไปเป็นเพื่อนบ้านด้วยดิ อิอิ)

เกม We Rule เวอร์ชันสำหรับ iPad

We Rule เวอร์ชัน iPhone

แต่ถ้าเป็นเกมแนว Adventure แบบ Assassin Creed หรือ Fighting แบบ Street Fighter IV นี่ iPad ไม่ค่อยเวิร์คเท่าไหร่ครับ แต่ก็พอถูไถได้นะ แต่ไม่คล่อง

ถ้าจะเป็นเกมที่ใช้ Accelerometer อย่าง Need for Speed นี่ การควบคุมไม่มีปัญหาอะไรครับ แต่ว่าด้วยน้ำหนัก 680 กรัม ของตัว iPad นี่ ถือไว้นานๆ ก็เมื่อยเอาการครับ อาจทำให้ความสามารถในการเล่นเกมลดลงได้

ดูหนังฟังเพลง และ YouTube

อะไรที่ iPod Touch/iPhone ทำได้ iPad ทำได้หมด แถมดีกว่าด้วย เช่น ในส่วนของฟังก์ชั่น iPod นั้น เราสามารถสร้าง Playlist ได้เอง โดยไม่ต้องไปง้อ iTunes ด้วย… ดูหนังนี่ จอ iPad 9.6″ ย่อมแหล่มกว่า iPhone แน่นอนอยู่แล้วครับ… แต่ในส่วนของ YouTube นี่ บอกตรงๆ ว่าผมชอบมาก เพราะสามารถที่จะดูวิดีโอ YouTube ไปพร้อมๆ กับการดูข้อมูลของคลิปนั้นๆ และดูว่ามีคลิปอื่นๆ ที่น่าเข้าไปดูรึเปล่า ทำได้เหมือนกับดูจากเว็บ YouTube ยังไงยังงั้นเลย

e-book & PDF Reader

หลายท่านที่ติดตามข่าว iPad มาตั้งแต่เปิดตัว ก็ย่อมต้องอยากใช้ iPad ในฐานะของ e-book reader และ PDF reader ด้วย (โดยเฉพาะผม) แล้ว iPad มันทำได้ดีแค่ไหนล่ะ? สำหรับในฐานะ e-book ผมว่า ดูวิดีโอนี้แล้วน่าจะได้คำตอบครับ

นอกจากนี้ ตัวเลือก e-book บน iPad ก็ยังมีมากครับ ตั้งแต่ iBooks ของ Apple เอง, Kindle app ของ Amazon และเร็วๆ นี้ก็อาจได้เห็น B&N app ของ Barnes and Noble ด้วย… ซึ่งตรงนี้อาจเป็นจุดเด่นที่เหนือกว่า Kindle ของ Amazon (ซึ่งซื้อหนังสือได้แค่จาก Amazon) หรือ Nook ของ Barnes and Noble (ซึ่งก็ซื้อหนังสือได้แค่จาก Barnes and Noble) เพราะ iPad ซื้อหนังสือได้จาก 3 ค่ายเลย ตัวเลือกจะเยอะกว่า… แต่แน่นอน จอ LCD ดูแล้วปวดตากว่า e-ink เยอะครับ ถือว่าเป็น trade-off

ด้านการเป็น PDF Reader นั้น iPad ทำได้ดีทีเดียว สามารถแสดงผลภาษาไทยได้อย่างไม่มีปัญหา… ตัวความสามารถในการอ่าน PDF นั้น ช่วยให้เปิดพวก attachment และ ไฟล์ PDF จากเว็บได้อย่างสบาย… แต่ก็มีข้อเสียตรงที่ หากไฟล์ PDF ของเราอยู่บนคอมฯ ล่ะจะทำยังไง? ทางเลือกที่หนึ่งฟรี คือ ลง app ที่ชื่อ Box.net ครับ เพื่อที่จะได้อัพโหลดไฟล์ไปที่นั่น แล้วใช้ iPad ดาวน์โหลดมาดู… แต่วิธีนี้มีข้อเสียคือ หากไม่มี Internet แล้ว ก็จะดูเอกสารไม่ได้ครับ

อ่าน PDF บน Box.net

อีกวิธีคือ ยอมเสียเงินนิดหน่อย คือ $0.99 แล้วลง app ที่ชื่อ PDF Word Excel Viewer ครับ ตัวนี้จะให้เราเชื่อมต่อกับ iPad ของเราผ่านทาง WiFi + Web Browser เพื่อโยนไฟล์ไปไว้ใน iPad เพื่อดูได้… ผมเลือกวิธีนี้ดีกว่า เพราะสามารถดูแบบ Offline ทีหลังได้ ไม่ต้องง้อ Internet (อย่าลืมว่าผมได้รีวิวรุ่น 16GB แบบ WiFi นะ)

อ่าน PDF บน PDF Word Excel Viewer

ต้องบอกก่อนเลยว่า iPad เป็นตัว PDF Reader ที่ดีมากทีเดียวครับ เพราะขนาดของหน้าจอที่ใหญ่ 9.6″ ทำให้แสดงผลไฟล์ PDF ได้ค่อนข้างมีขนาดใกล้เคียงกับ A4 ตัวอักษรเลยไม่ค่อยเล็กมาก สามารถอ่านได้สะดวก… แต่ในกรณีของ สว. (สูงวัย) อาจต้องซูมเข้าไปเล็กน้อยเพื่อให้อ่านได้สบายตาขึ้นครับ

ในภาคแรกนี้ เอาแค่พอหอมปากหอมคอก่อนครับ… ภาคที่สองยังมีต่อในเรื่องของการทำงานกับเอกสารพวก Word, Excel ด้วย เพราะผมเชื่อว่า ทุกท่านย่อมมีคำถามแน่นอนว่า แล้วมันสามารถทำงานแทน Notebook ได้หรือไม่? และเราจะมาดูกันว่า ประสบการณ์ในการใช้ iPad เพื่อท่องเว็บเป็นยังไงบ้างครับ

Comments

comments

You may also like...

5 Responses

  1. Joe9L9 says:

    Review ได้ลึกขนาดนี้
    ไม่ใช่ User ต๊อกต๋อยหรอกนะ

    เยี่ยม…บอกได้คำเดียว

  2. SpiKe says:

    ดูมันเล่น eBook แล้วน่าเล่นเหมือนกันนะ

    แต่ไม่มีตังจะกินข้าวแล้ว ตั้งแต่ซื้อ iPhone ไป ฮ่าๆ …

  3. iPad 3G มีคนหิ้วมาในไทยแล้ว… ราคาเหลือรับประทานจริงๆ TT_TT

  1. April 15, 2010

    […] 15, 2010 in iPad Apps, iPad News by kafaak Shareต่อจาก iPad Review : User Edition (ตอนที่ 1) ครับ ในตอนที่ 1 […]

  2. April 17, 2010

    […] รีวิว iPad ตอนที่ 1 http://appreview.in.th/2010/04/15/ipad-review-user-edition/ […]

Leave a Reply