เราเลือกแอพที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

นั่งวิเคราะห์แพ็กเกจ iPhone 4 ค่ายไหนคุ้มสุด??



kafaak (67 Posts)



และแล้วก็ผ่านจนได้กับการเปิดตัว iPhone 4 เมื่อคืนที่ผ่านมา … ได้ข่าวว่าหลายๆ คนอดตาหลับขับตานอน ไปเข้าคิวเพื่อรับเครื่อง iPhone 4 ที่จองไว้กัน ก็ไว้ว่างๆ มาเล่น FaceTime กันได้นะครับ ผมยังคงได้จับ iPhone 4 อีกราวๆ 1 สัปดาห์ครับ ฮาฮา

ณ ตอนนี้ ก็มีข้อมูลเรื่องของแพ็กเกจสำหรับ iPhone 4 จากทุกค่ายแล้ว ก็อดไม่ได้ที่จะต้องเขียนถึงซักหน่อย เพื่อมาวิเคราะห์กัน (และอยากเชิญชวนท่านผู้อ่านร่วมวิเคราะห์ด้วย) ว่าแพ็กเกจของ Operator รายใด น่าจะคุ้มค่าที่สุดครับ

เรามาดูรายละเอียดของแต่ละค่ายกันครับ

DTAC

true move

AIS

อ่านดูทีละรูปแล้วอาจจะงง … เอางี้ ผมรวบรวมมาเป็นตารางให้อ่านเข้าใจง่ายๆ กันดีกว่า

ค่าย แพ็กเกจ ค่าบริการ โทร SMS MMS EDGE/GPRS 3G
DTAC S 449 225 200 30 100MB
M 580 250 300 50 Unlimited
L 699 350 400 75 Unlimited
TRUE S 399 100 50 20 200MB 200MB
M 579 250 300 50 Unlimited 500MB
L 799 450 400 100 Unlimited 1GB
Free Size 599 300 300 50 Unlimited Unlimited
AIS Mini 275 150 100 20 150MB
Medium 519 250 250 30 500MB
Max 839 500 300 50 Unlimited

ดูจากตรงนี้แล้วจะเห็นได้ว่าแบบนี้ครับ

DTAC

  • แพ็กเกจ S นี่ไม่น่าใช้อย่างแรง ตั้ง 449 บาท/เดือน แม้จะโทรได้ 225 นาที แต่ต้องบอกก่อนว่า คุณซื้อ iPhone 4 มานะครับ สมาร์ทโฟนระดับนี้ อย่างน้อยก็ต้องเอามาเล่น Social Media ทั้ง Facebook และ Twitter ไหนจะมีกล้องระดับ 5 ล้านพิกเซลแล้ว อัพโหลดรูปกันกระจาย มี EDGE/GPRS ให้แค่ 100MB ไม่พอกินครับ (พิจารณาจากตัวผมเอง ใช้งานตกอยู่ที่ราวๆ เดือนละ 700MB ครับ)
  • แพ็กเกจ M เป็นแพ็กเกจที่น่าใช้ เหมาะสำหรับคนโทรน้อย มีให้แค่ 250 นาที อย่าเผลอโทรคุยกับสาวเพลินล่ะ หมดไม่รู้ตัว (อย่าลืม ค่าโทรนาทีละ 1.5 บาทกันเลยทีเดียว) ข้อดีคือ SMS 300 คร้ง มี MMS 50 ครั้ง แต่ใครที่เล่น Twitter บ่อยๆ จะรู้ว่า ลืม SMS กะ MMS ไปเหอะ … และด้วยเหตุนี้ เลยมี EDGE มาให้แบบ Unlimited เลย
  • แพ็กเกจ L เหมือน M ครับ แต่ว่าเพิ่มจำนวนนาทีให้เป็น 350 นาที และมี SMS กะ MMS เพิ่ม (ซึ่งก็อย่างที่บอก ใช้ Twitter แล้ว ลืม SMS กะ MMS ไปเหอะ)

สำหรับ DTAC แล้ว ผมว่าแพ็กเกจ M ดูจะมีความคุ้มค่ามากที่สุดแล้ว … อย่าลืมว่า แพ็กเกจพวกนี้ ไม่เหมาะสำหรับขาเมาท์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เพราะถ้าคุณเป็นขาเมาท์สุดๆ ละก็ เดือนละ 350 นาที (ตกวันละ 11 นาทีเท่านั้น) ยังไงๆ ก็ไม่พอ

true move

  • แพ็กเกจ S สำหรับผู้หัดเดิน เหมาะสำหรับผู้ที่นิยมพก iPhone 4 ไว้ทำเป็น iPod Touch โก้ๆ เหมือนกับแพ็กเกจ S ของ DTAC เพียงแต่ไม่ใจป้ำให้เวลาโทร SMS และ MMS มาเยอะเท่าไหร่ แต่ให้ใช้ดาต้าทั้ง EDGE/GPRS 200MB กะ 3G 200MB เลยทีเดียว
  • แพ็กเกจ M เอามาชนกับของ DTAC โดยเฉพาะ แต่ถูกกว่ากันบาทนึง และเพิ่ม 3G ให้อีก 500MB เฉือนเอาชนะกันมันตรงนี้แหละ
  • แพ็กเกจ L อันนี้เอามาเกทับ แพ็กเกจ L ของ DTAC และ Max ของ AIS โดยเฉพาะ ด้วยค่าบริการที่อยู่กึ่งกลางระหว่างของทั้งสองค่าย แต่ให้จำนวนนาทีในการโทรใกล้เคียงกับ AIS ที่แพงกว่า 40 บาท แถมมี SMS กะ MMS เยอะกว่า และ 3G ให้อีก 1GB
  • แพ็กเกจ Free Size อันนี้สำหรับลูกค้า iPhone 4 จากค่ายอื่น … บอกตรงๆ เอามาฆ่าแพ็กเกจ M ของทุกค่าย ไม่เว้นแม้แต่ค่ายตัวเอง จำนวนนาทีก็พอควร SMS MMS ก็เหลือๆ (ขอย้ำอีกครั้ง ใช้ Twitter แล้ว ลืม SMS กะ MMS ไปเหอะ) แถม 3G Unlimited อีกต่างหาก! … ที่ยังน่าห่วงคือ คำว่า “ตามนโยบายการการใช้งานรับส่งข้อมูลอย่างเหมาะสมของทรูมูฟ (Fair Usage Policy)” นี่แหละ ยังหาลิงก์ไม่เจอว่านโยบายเขาว่ายังไง

สำหรับ true move ผมว่า ถ้าเคลียร์เรื่อง Fair Usage Policy ได้แล้ว แพ็กเกจ Free Size นี่เหมาะที่สุดแล้วครับ โดยเฉพาะหากคุณอยู่กรุงเทพฯ และบางพื้นที่ของชลบุรี เชียงใหม่ ภูเก็ต คุณจะได้ใช้ 3G เต็มพิกัดสบายๆ … เช่นเคย ช่างหัวเรื่องจำนวนนาทีไป เพราะเขาให้คุณใช้ดาต้า ไม่ใช่ Voice

AIS

  • แพ็กเกจ Mini กระจุ๋มกระจิ๋มมาก ใกล้เคียงกับ แพ็กเกจ S ของ true move แต่ถูกกว่าพอสมควร ก็เหมาะกับผู้ที่นิยมพก iPhone 4 มาทำเป็น iPod Touch ดี
  • แพ็กเกจ Medium เป็นแพ็กเกจที่ผมเห็นคนเขากล่าวขวัญถึงกันบนบอร์ดพันธุ์ทิพย์มาก ตอนที่เพิ่งประกาศใหม่ๆ เพราะแพงโฮก เมื่อเทียบกับแพ็กเกจ M ของ DTAC คือไปพลาดตรงที่ดันให้แค่ 500MB ในขณะที่ค่ายอื่นๆ ด้วยราคาประมาณนี้ (แพงกว่านิดหน่อย) เขาให้ Unlimited กันแล้ว … สำหรับใครที่เน้น Social Media อย่าง Twitter และ Facebook รวมไปถึงแชทกันบ้าง แต่ไม่เน้นอัพโหลดรูป และวิดีโอ 500MB ที่ให้ก็น่าจะอยู่ แถมประหยัดไปอีกเดือนละร่วม 70 บาทอ่ะนะ
  • แพ็กเกจ Max แพงสุดในบรรดาสามค่าย และให้จำนวนาทีโทรเยอะสุด (มากกว่า true move อยู่ 50 นาที … แต่พอคิดเป็นเงินนาทีละ 1.5 บาทแล้ว ก็คือ พอๆ กับ true mov นั่นเองแหละวะ … 799 + 150 = 849 แพงกว่ากัน 10 บาทเอง เหอๆ) และแพ็กเกจนี้คือตัวเดียวที่ให้ EDGE/GPRS แบบ Unlimited ครับ

สำหรับ AIS แล้ว ผมคาดหวังว่าแพ็กเกจมันน่าจะงัดมาสู้กับอีกสองค่ายให้เต็มที่ เพราะเป็นค่ายเดียวที่เพิ่งได้ iPhone มาเปิดตัวเป็นครั้งแรก แต่แล้วผมก็ต้องผิดหวัง เพราะว่าแพ็กเกจมันแพงโฮกสมกับเป็น AIS จริงๆ … แต่ก็ยังเหมาะสำหรับคนมักน้อย ใช้น้อยนะครับ … แต่ เฮ้ย! คุณทุ่มทุนสองหมื่นกว่า ซื้อสมาร์ทโฟนที่ Apple บอกว่า ดีที่สุดในโลก แล้วคุณจะเอามาใช้ไม่ต่างกับ iPod Touch เรอะ?!?

บทสรุป

โดยภาพรวมแล้ว ต้องบอกว่าทุกค่ายจัดแพ็กเกจไปในลักษณะเดียวกัน คือ เน้นจำนวนนาทีโทรไม่มาก แต่เน้นไปที่การให้บริการดาต้าเยอะๆ โดยเฉพาะ DTAC และ true move ที่เน้นแบบ Unlimited ไปเลย ซึ่งคนที่ลงทุนซื้อ iPhone 4 สมาร์ทโฟนที่ Apple คุยโวว่าดีที่สุดในโลกมา ก็ควรจะใช้แบบนี้แหละครับ ไม่อย่างนั้นไปซื้อ iPod Touch เหอะ (ทำ FaceTime ได้เหมือนกัน ถ่าย Video high-def ได้ แถมมีจอ Retina Display ด้วย ราคาก็แค่หมื่นต้นๆ)

แต่หลังจากที่การประมูล 3G ล้มพังพาบอย่างไม่เป็นท่า และอนาคตของ 3G ในไทยก็ยังริบหรี่ ประกอบกับผู้ให้บริการ 3G ในปัจจุบันที่ทำได้อย่าง “ถูกกฎหมาย” ก็มีแค่ TOT และ CAT ซึ่งพื้นที่ครอบคลุมก็จำกัด เลยทำให้ true move ค่อนข้างที่จะได้เปรียบกว่าชาวบ้านเขา เพราะแอบเอา 3G มาใส่ในแพ็กเกจของตนได้สบายๆ … อย่างไรก็ดี true move จะตกม้าตาย หากคุณนำมันไปใช้นอกกรุงเทพฯ เพราะว่าต่างจังหวัด โดยเฉพาะพื้นที่ไกลๆ หน่อย แล้ว iPhone by true move จะกลายเป็น iPod Touch by true move ไปได้ง่ายๆ เลยทีเดียว

AIS ดูจะได้เปรียบในเรื่องของพื้นที่สัญญาณ และจำนวนผู้ใช้งานที่ภักดีต่อแบรนด์ ดังนั้นเลยไม่กลัวที่จะทำแพ็กเกจแพงกว่าชาวบ้านเขา … แต่บอกตรงๆ ว่า จากประสบการณ์การใช้งาน เวลาต้องเดินทางไปจังหวัดไกลๆ หรือไปอยู่กลางทะเล ไปอยู่เกาะ AIS นี่คือสุดยอดครับ สัญญาณพื้นทีครอบคลุมสุดๆ แล้ว ไม่มีค่ายใดเทียบได้ในตอนนี้

DTAC จัดแพ็กเกจได้น่าสนใจมาก เสียดายที่โดน true move ตีกระหน่ำซะเละพอสมควร (เท่าที่ดู แพ็กเกจของ true move ออกมากะตี DTAC ตรงๆ เลย) … ความได้เปรียบของ DTAC คือ จุดขายตรงที่ ให้บริการขั้นต่ำเป็น EDGE ทั่วประเทศ มีพื้นที่ครอบคลุมของสัญญาณ แม้จะไม่เทียบเท่า AIS (เช่น ตอนผมไปเกาะเต่า สัญญาณ DTAC มันมาถึงแค่แถวๆ หาด แต่ AIS นี่มันเข้าไปยันกลางเกาะเลย) แต่หากพิจารณาในแง่ของพื้นที่ที่มีสัญญาณแล้ว บางที่ AIS มันได้แค่ GPRS เอง ในขณะที่ DTAC เป็น EDGE

แต่สุดท้ายนี้ ใครรักค่ายไหน ก็พิจารณากันเอาเองครับ 555 เพราะนอกเหนือไปจากเรื่องของแพ็กเกจแล้ว ก็ต้องดูปัจจัยอื่นๆ อีกด้วย โดยเฉพาะเรื่องของการสร้าง Exclusive Experience ให้กับลูกค้าของตน ทั้งผ่านทาง Exclusive App (ตรงนี้ true move ได้เปรียบ เพราะมี App ออกมาเพียบเลย มีทีมพัฒนา App ด้วย) และ Exclusive Service

สงครามนี้คงต้องดูกันในระยะยาวครับ

ว่าแต่ท่านผู้อ่านทุกท่านมีความเห็นว่าอย่างไร ลองมาแชร์กันครับ

บทความที่เกี่ยวข้อง

 
Comments