ในขณะที่หลายๆเจ้าออกมาให้ข่าวว่าจะมีการผลิต Android tablet และทำให้หลายๆคนเฝ้ารอ วันนี้ผมมีโอกาสได้สัมผัสกับ iRobot ซึ่งถือเป็นรุ่นที่เคยผ่านตากันมาแล้วบ้างตามข่าวต่างๆ มาดูหน้าตาและความประทับใจส่วนตัวของผมกันนะครับ
สิ่งแรกสุดที่เห็นก็คือตัวกล่อง มันช่างละม้ายคล้ายกับสินค้าที่บังเอิญเป็นที่นิยมตัวหนึ่งเหลือเกิน ก็ไม่รอช้าครับ รีบเปิดกล่องทันที เจอข้างในแบบนี้ครับ
ถือว่าโอเคกับการบรรจุครับ พอหยิบออกมา เปิดกล่องด้านใน ก็มีอุปกรณ์ต่างๆที่ติดมาด้วย ทั้งหูฟัง ที่ชาร์จ สายเคเบิ้ล แต่คราวนี้เริ่มไม่โอเคเท่าไหร่ มีซองแบบซองใส่ยาด้วย
แต่ก็ไม่เป็นไร ซองนี้ก็ถือว่าเห็นครั้งเดียว เดี๋ยวก็โยนทิ้งแล้ว… คราวนี้มาดูที่ตัวเครื่องกันดีกว่าครับ
ตัวเครื่องมีขนาดหน้าจอ 7″ วัสดุเป็นพลาสติกมัน รูปแบบดีไซน์ก็อย่างที่เขียนตอนต้นครับ ว่าละม้ายคล้ายสินค้าตัวหนึ่งมากๆ แต่วัสดุคุณภาพต่ำกว่าอย่างเห็นได้ชัด จะเห็นว่ามีการเก็บงานที่ไม่เรียบร้อย คือมีรอยตะปุ่มตะป่ำให้เห็นได้ทั่วทั้งตัวเครื่อง แต่ในทางตรงข้าม ผมกลับประทับใจในขนาดและน้ำหนักที่พอดีมือ ทำให้รู้สึกว่าอุปกรณ์ตัวนี้เป็น MID ที่ไม่ใช่โทรศัพท์มือถือและไม่ใช่คอมพิวเตอร์จริงๆ เป็นอีกอุปกรณ์ที่อยู่ตรงกลางอย่างสมบูรณ์แบบ
เริ่มใช้งานจากการกดปุ่มตรงกลางค้างไว้จนกว่าหน้าจอจะติด ก็จะมีตัวนกเพนกวิ้นโผล่ขึ้นมาก่อน จากนั้นก็จะเป็นตัวหนังสือว่า “ANDROID” และผ่านไปอีกสักครู่ก็จะเป็นโลโก้ Android ที่หลายๆคนคุ้นเคย
และผ่านไปอีกสักพักก็จะเข้าสู่หน้าจอ lock screen ของ Android
ทีนี้ลองมาดูรอบตัวเครื่องกันครับ พอร์ตทั้งหมดถูกวางรวมกันอยู่ด้านล่าง และมีตัวหนังสือบอกว่าแต่ละพอร์ตคืออะไรบ้าง ซึ่งรุ่นนี้นอกจากจะมีปุ่มกลางที่ใช้เปิดเครื่อง และเปิด-ปิดหน้าจอแล้ว ยังมีปุ่มสำหรับเปิดเครื่องหลักอีกทีครับ ส่วนพอร์ตที่ให้มาก็มี mini USB 2 ช่อง, ช่องชาร์จ, ช่องหูฟัง, ช่องไมค์ และช่องสำหรับใส่ micro SD card
พอจะเริ่มการใช้งาน ก็ unlock screen โดยการกดปุ่มด้านบน ซึ่งปุ่มที่ว่ามาเป็นปุ่มคู่ คือกดเพื่อเรียก Menu และกดเพื่อใช้สำหรับ Back
พอเข้ามาถึงหน้าหลักแล้ว ผมก็ลองการสัมผัสก่อนเลย เช่น การเลื่อนหน้าจอ การเรียกปุ่มเมนู การเรียก notification bar ต่างๆ ตอนแรกก็ตกใจ เพราะ… มันไม่ไปไหนเลย! ผมก็เลยต้องพยายามกดแรงๆ กดเน้นๆ ลากช้าๆ จนกระทั่งมาพบว่าจริงๆแล้วหน้าจอนั้นต้องใช้ปลายนิ้วในการสัมผัสถึงจะใช้งานได้ แต่พอใช้ปากกาก็ไม่ไปเหมือนกัน เพราะงั้นเลยสรุปเอาเองว่า มันเป็นจอ capacitive นี่แหละครับ แค่คุณภาพมันอาจจะต่ำไปหน่อย
คราวนี้ผมก็ลองดูแอพพลิเคชั่นต่างๆที่ติดมากับเครื่อง ก็พบว่ามี Google Apps มาปกติ และมี Market ให้ด้วย คงจะสนุกแน่ๆ แต่แน่นอนว่าต้องเริ่มจากการ sign in…
พอเข้ามาหน้า sign in ก็เป็นครั้งแรกที่ได้สัมผัสกับคีย์บอร์ด ซึ่งถือเป็นการพิมพ์ที่ยากมาก! แม้จะปลายนิ้วแล้วก็ตาม การจะกดให้ตรงตัวที่ต้องการก็ต้องอาศัยการฝึกครับ ตัวกลางๆไม่เท่าไหร่ ตัวขอบๆจอนี่ยากมากๆ แต่ในที่สุดก็เข้ามาจนได้
พอเข้ามาแล้วนึกได้ว่ายังไม่ได้ดูรายละเอียดของเครื่อง เลยเปิดดูซะหน่อย
เสร็จแล้วก็ไม่ลืมที่จะลองการหมุนจอ และก็พบว่ามันโอเค ไม่มีปัญหา
แต่แล้ว ผมก็พบปัญหาใหญ่ นั่นก็คือ ผมต่อเน็ตไม่ได้!! แม้จะผ่านขั้นตอนการ sign in มาได้ แต่ไม่รู้เป็นที่ความบังเอิญหรืออะไร ผมไม่สามารถเข้าเน็ตได้อีกเลย ไม่ว่าจะปิดเปิดเครื่องใหม่ ปิดทิ้งไว้สักพักแล้วมาลองใหม่ หรือเริ่ม connect ใหม่ ฯลฯ มันก็ไม่สามารถต่อเน็ตได้
ดังนั้นผมจำเป็นต้องจากไปด้วยความเศร้าเท่านี้ก่อน เดี๋ยวขอเวลาไปทดลองใหม่ และถ้ามันใช้งานได้ ผมจะกลับมาพร้อมกับการใช้งานต่างๆรวมถึงพวก multimedia ครับ
























