เรียนรู้ประสบการณ์ Go Inter กับ Jimmy Software ทำ App ให้ติด Chart เค้าทำกันอย่างไร

สวัสดีค่ะ พบกันอีกครั้งกับช่วงสัมภาษณ์พิเศษโดยทีมงาน Appreview วันนี้ได้รับเกียรติจาก General Manager บริษัท จิมมี่ซอฟต์แวร์ ผู้เชี่ยวชาญและมากประสบการณ์ในการพัฒนาแอพพลิเคชั่นบนเครื่องสมาร์ทโฟนกว่า 10 ปี  และล่าสุดเกมใหม่ที่พึ่งเปิดตัวไปบนเครื่อง iPhone ลองไปทำความรู้จักกันได้เลยค่ะ
ทีมงาน : สวัสดีค่ะ คุณป๊อก
คุณป๊อก : สวัสดีครับ ทีมงาน Appreview ^_^
ทีมงาน  : ช่วยเล่าเรื่องราวของบริษัท จิมมี่ซอฟต์แวร์ คร่าวๆว่ามีที่มาที่ไปอย่างไรบ้างคะ
คุณป๊อก: บริษัท จิมมี่ซอฟต์แวร์ เป็นบริษัทที่ก่อตั้งโดย นายแพทย์ภาณุทัต เตชะเสน ทำแอพพลิเคชั่นและเกมบน Window Mobile มาตั้งแต่ปี 2001 และเคยมีเกมที่ ติดอันดับในสหรัฐอเมริกา และติดอันดับ 1ของ Pocket PC Magazine ด้วยครับ จนกระทั่งเมื่อเกือบ 3 ปีที่แล้วทาง Apple ออกมาเปิดตัว iPhone ที่มีศักยภาพและมีอนาคต เราเลยตัดสินใจเข้าสู่ตลาดนี้เลยโดยเริ่มต้นใช้ชื่อ cancerian-9 ขึ้นมาเพื่อทดลองตลาดบน App Store โดยใช้ทีมงานเดิมทั้งหมด 8 คนเป็นนักพัฒนา และ ดูแลเรื่องกราฟฟิก นอกจากนี้ยังมี Partner ในต่างประเทศที่ช่วยกันทำงานอีกด้วย
ทีมงาน  : แล้วมีแผนพัฒนาไปยังระบบปฎิบัติการณ์อื่นๆด้วยหรือเปล่าคะ
คุณป๊อก :Android ตอนนี้ดูตลาดอยู่ครับ อย่าง google ก็พยายามที่จะสร้างความมั่นใจให้กับนักพัฒนาให้กับผู้ใช้ทั่วไปอยู่ ผมมองว่า Android น่าจะมาแน่ในปี 2010 2011
ส่วน BlackBerry ตลาดในเมืองไทยยังเป็น fashion phone อยู่ ยังไม่มีคนใช้แอพพลิเคชั่นอย่างเป็นเรื่องเป็นราว และการเข้าสู่ตลาดของ RIM ในอเมริกาก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ในด้านตัวเครื่องก็ยังไม่มีคุณสมบัติที่เพียงพอให้เราได้เล่นมากเหมือน iPhone ดังนั้น iPhone ยังเป็นตลาดหลักของเราอยู่
ทีมงาน  : อะไรคือแรงบันดาลใจให้อยากเข้าไปทำตลาดใน Appstore เพราะปัจจุบัน แอพพลิเคชั่นเยอะมาก คู่แข่งก็เยอะมาก
คุณป๊อก :อันดับแรกเรามีความเชื่อในตลาด Appstore ที่เปิดโอกาสกับนักพัฒนาทุกรายไม่ว่ารายเล็ก รายใหญ่ ถ้าเปรียบเทียบแล้ว ทุกคนเสมือน Gladiator เป็นตลาดของนักสู้ ถือควานลงไปในสนามแล้วสู้กัน ไม่มีใครเป็นพระราชา หรือว่าทาส ทุกคนมีระดับเท่ากันหมด เช่นเดียวกัน เราก็เชื่อว่าทุกคนมีโอกาสที่จะนำ แอพฯขึ้นไปถึงอันดับต้นๆของ Appstore ได้  อย่างไรก็ตามตลาดใหญ่สุดคือที่สหรัฐอเมริกา เราก็ต้องไปศึกษาว่าที่นั่นอะไรเป็นสิ่งที่ทางลูกค้ากำลังต้องการ
อย่างบริษัทเราทำเกมเป็นหลัก ถ้าสามารถทำออกมาได้มีคุณภาพที่ดีเหมือนอย่างต่างประเทศได้ เราก็เชื่อว่าสามารถที่จะขึ้นไปติดอันดับในต่างประเทศได้เช่นกัน เพราะว่าตลาดนี้เป็นตลาดเปิด ไม่มี Publisher เหมือนตลาดเกมทั่วไปที่ต้องผ่านคนขาย ไม่จำเป็นต้องไปเป็น Partner กับบริษัทใหญ่ๆเท่านั้นถึงจะสำเร็จได้
ทีมงาน  : ในแง่ของการพัฒนาทางเทคนิค มีความยากมากน้อยเพียงใดในการเขียนแอพฯบน iPhone
คุณป๊อก :คนที่เคยศึกษา Java และ C มา ไม่ว่า Class เรียน วิศวกรรม หรือ Com Science เชื่อว่าทุกคนมีพื้นฐานในเรื่องของ Object Oriented สำหรับภาษา Object C ไม่ใช่เรื่องใหม่ในฝั่งของ Apple แต่ไม่เป็นที่รู้จักมากนักสำหรับคนที่มาฝั่ง Window เท่านั้นเอง โดย Object C ถูกพัฒนาต่อเนื่องมาจากภาษา C และมีโครงสร้างคล้ายๆกันกับ ภาษา C และ Java ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับนักพัฒนาที่มีพื้นฐานดังกล่าว
จริงๆแล้วเราก็ไม่จำเป็นต้องใช้  Object C ในการเขียนแอพฯบน iPhone เราสามารถใช้ภาษา C เขียนได้เหมือนกัน แต่ว่าการเข้าถึงบางฟังก์ชั่นของ Phone บน iPhone เราต้องไปใช้ Object C แต่การเขียนโปรแกรมในเรื่องของทฤษฎีในเรื่องของ Algorithm เราสามารถใช้ภาษา C ได้ เป็นการผสมผสานระหว่างภาษา C และ Object C เข้าด้วยกัน ดังนั้นการเขียนโปรแกรมไม่ใช่เรื่องยาก แค่หลายคนยังไม่ได้เข้าไปสัมผัสมันเท่านั้น
ทีมงาน  : เข้ามาที่ส่วน product กันบ้างนะคะ ว่ามีอะไรบ้าง
คุณป๊อก : ตัว product ของเราตัวแรกคือ Parking Lot บน Appstore โดยทำอันดับได้ค่อนข้างดี และมีแอพฯอื่นๆที่เราพยายามดึงศักยภาพบนเครื่อง iPhone ออกมาใช้ให้ได้มากที่สุด อย่าง I hate bug เกมบี้แมลง วางขายสักพักนึง และก็แจกฟรีใน appstore คุณภาพเสียงแบบ surround 3D และมี 3D lighting ซึ่งในขณะนั้นยังไม่มีใครทำออกมา
นอกจากนี้ก็มีทำ แอพฯ ให้กับ Partner บริษัท CN อย่าง Dr.Wit Dictionary
และมีแอพฯใหม่ที่พึ่งเปิดตัวไปไม่นาน ได้แก่ Toy Mechanic ซึ่งเป็นเกม 3D Puzzle ใช้ความคิดหาวิธีเอา เฟือง ท่อไอนำ้ มาต่อกันให้สามารถขับเคลื่อนอุปกรณ์ให้ทำงาน จุดเด่นอยู่ที่มุมมองภาพสวยงามแนว 3 มิติ รวมถึงเครื่องเล่นต่าง ๆ ที่นำมาเป็นปริศนาให้แก้ไขปัญหา ทางทีมงานได้ออกแบบให้มีความน่าสนใจ และทำให้ผู้เล่นประหลาดใจเสมอเมื่อสามารถทำแก้ไขปริศนาได้สำเร็จ ปริศนาในเกมส์ทั้งหมดมี 48 ชุด ใน 2 โหมดการเล่น คือ แข่งเวลา และแข่งจำนวน รวมแล้วก็จะเป็น 96 ชุดปริศนาที่ให้ผู้เล่นได้สนุกสนานกับมัน
และอีกเกมคือ  Jungle Explorer เป็นลักษณะ exploring-simulation game จำลองให้ผู้เป็นนักสำรวจ มีหน้าที่ในการนำทีมค้นหาเข้าไปขุดค้นหาสิ่งของโบราณตามสถานที่ต่าง ๆ ตัวเกมส์ประกอบไปด้วยตัวละครกว่า 12 ตัวแต่ละตัวมีคุณสมบัติแตกต่างกันออกไป อาทิ นักสำรวจ คนงาน นายพราน นักก่อสร้าง เป็นต้น เริ่มต้นด้วยทีม 3 คนและสามารถเรียกคนเพิ่มเข้าทีมได้ ควบคุมตัวละครดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ ตัดไม้ เก็บผลไม้ สำรวจป่า แก้ไขปัญหาอุปสรรค และค้นหาปริศนาที่มีมากกว่า 48 ชิ้น เป็น simulation game ตัวแรกบน iPhone ที่ออกแบบและพัฒนาด้วยทีมงานคนไทย
โดยไอเดียต่างๆก็เกิดจากน้องๆในบริษัทช่วยๆกัน  แล้วเราก็ pickup เลือกไอเดียที่น่าสนใจ และดูว่ามีความเป็นไปได้สามารถทำได้หรือไม่ เพื่อจะนำมาพัฒนาต่อไป
ทีมงาน  : มีเทคนิคในการตั้งราคา และคำแนะนำอย่างไรบ้างคะ
คุณป๊อก : ในตอนแรกไม่ว่าจะคนไทยหรือต่างชาติก็ไม่รู้ว่าควรจะต้องตั้งราคาที่เท่าไหร่ ซึ่งก็มีขั้นต่ำที่เก็บเงินตั้งแต่ $0.99 ขึ้นไปหรือบริษัทใหญ่ๆก็ตั้งอยู่ที่ $9.99 แต่สิ่งที่เห็นเป็นแนวโน้มคือ แอพฯในระดับกลาง จากผลวิจัยของหลายๆสำนัก การตั้งราคาที่ $0.99 ไม่ได้ทำกำไรเสมอไป และไม่เป็นปัจจัยที่จะทำให้แอพฯประสบความสำเร็จใน appstore คุณค่าของตัวแอพฯต่างหากที่จะเป็นตัวบอกว่าแอพฯนี้ควรมีราคาเท่าไหร่ ณ ปัจจุบัน แอพฯระดับกลางราคาจะอยู่ที่ $4.99 และถ้าระดับล่างอยู่ที่ $2.99 จะไม่ลงไป $0.99 การที่ลงไปที่ราคานี้ คือการที่อยู่ในตลาดพอสมควรแล้วหรือต้องการทำ marketing
สำหรับการตั้งราคานั้นในช่วงแรกเราอาจมี  discount ให้ส่วนลด 50% หรือ 70% แล้วค่อยกลับไปที่ราคาเดิม
ทีมงาน  : คิดว่า Top Grossing ที่เป็นการจัดอันดับที่เพิ่มขึ้นมาทีหลังใน appstore ช่วยนักพัฒนาอย่างไรบ้างคะ
คุณป๊อก : ช่วยครับ ในตลาด appstore แอพฯที่ประสบความสำเร็จคือที่ติด Top 100 เพราะ แอพฯมีเป็นแสน ถ้าแอพฯที่ no name ไม่มีทางเลยที่ลูกค้าจะเห็นเรา ถ้าไม่ขึ้นโฆษณา (ตรงส่วนกลางๆเวลาเปิดไปที่หน้า appstore) ซึ่งทาง Apple จะเป็นคนเลือกแอพฯที่น่าสนใจและทำการติดต่อกลับมาเอง ไม่ใช่เป็นการขายโฆษณา
ดังนั้นเป้าหมายของแอพฯแต่ละตัวคือต้องขึ้นไปสู่  Top 100 หรือ Top 100 ของแต่ละหมวดให้ได้ แต่ประเด็นก็คือมันไม่ใช่เรื่องง่าย วิธีการของหลายๆรายก็คือ จะทำการลดราคาอย่าง $0.99 เพื่อให้คนกดซื้อกันง่ายๆ จริงอยู่อาจได้ปริมาณการซื้อจำนวนมาก แต่ว่ากำไรอาจไม่มาก เกิดเป็นแอพฯที่มีมูลค่ามากกว่านั้นจะทำอย่างไร พอมี Top Grossing ก็ช่วยให้แอพฯที่มีคุณค่าราคาสูงเหล่านั้นสามารถติดอันดับได้เช่นกัน
ทีมงาน  : มีความคิดเห็นอย่างไรระหว่าง Web app และ Native app บ้างคะ
คุณป๊อก : Apple มองถึง Web app มาตั้งแต่แรก สมัยที่ยังไม่มี Native และจะผลักดันให้ Web app เป็นมาตรฐาน แต่นักพัฒนาหลายรายก็ไม่ยอมรับกัน และก็ยังมีข้อจำกัดหลายอย่าง Native app เลยวิ่งควบคู่กันมากับ Web app
ข้อดีของ  Web app คือทำง่ายและเร็ว และก็สามารถตกแต่งอะไรต่างๆได้มากมาย คนพัฒนา web ก็หาได้ง่าย
ในขณะที่ตัว Native ก็มีข้อดีคือสามารถดึงความสามารถ และ ฟังก์ชั่น ของตัว Hardware ได้เป็นอย่างดี
สิ่งที่เรากำลังมองเห็นเทรนด์คือ Hybrid app คือผสมผสานระหว่าง Native และ Web app เข้าด้วยกัน  และเห็นในตลาดเมืองนอกแล้วอย่าง แอพฯของ CNN , TIME แอพฯนำเสนอข้อมูลข่าวสารต่างๆ
ทีมงาน  : มีความคิดเห็นอย่างไรบ้างคะ กับการทำธุรกิจ แอพฯบน iPhone แบบ B2B
คุณป๊อก : ตอนนี้สิ่งที่กำลังมาคือการทำ Branding ขององค์กร องค์กรแต่ละองค์กรก็อยากมี Branded App บน iPhone และ แอพฯด้าน News ที่เสนอข่าวสารข้อมูลต่างประเทศก็ออกมามากมาย ในเมืองไทยก็เริ่มมีมากขึ้น หลายๆสำนักพิมพ์หลายๆบริษัทก็เริ่มทำตรงนี้กัน และเป็นโอกาสของนักพัฒนา iPhone ที่จะทำธุรกิจแบบ B2B ได้
ทีมงาน  : คิดว่ามีอุปสรรคหรือปัญหาอะไรบ้างไหมคะ
คุณป๊อก : แบ่งเป็นหลายส่วนตั้งแต่เริ่มทำ ผ่านกระบวนการต่างๆ บางครั้งเราก็ยังไม่รู้ว่าตลาดต้องการแอพฯแบบไหน แต่ก็พยายามทำแอพฯที่น่าสนใจและคิดว่าดี ตรงนี้เป็นอุปสรรคนึงที่เราไม่สามารถเดาตลาดได้ว่าตอนนี้จะไปทิศทางไหน ถ้าเราไปดูเกม PC ณ วันนี้เกม casual จะเน้น เกมหาของ (hidden object) และทำออกมาก็ขายได้  แต่ว่าสำหรับ appstore มันไม่เป็นแบบนั้น แต่ก็เป็นข้อดีที่เราอยากทำอะไรก็สามารถนำเสนอเข้าไป
ถ้าในด้านเทคนิค เราแทบไม่มีอุปสรรคเลยเพราะทีมงานศึกษา และทำความเข้าใจกับเครื่อง iPhone มาเป็นอย่างดี อาจจะเป็นบางช่วงที่เรามีไอเดียดีๆที่อยากทำแต่อาจคนไม่พอมากกว่า
ส่วนเรื่องของการ  Approve ก็เป็นอุปสรรคนึงแต่ไม่ใช่เป็นอุปสรรคใหญ่ ถ้าเราสามารถศึกษากฎระเบียบได้เป็นอย่างเดียว รู้ว่าอะไรเป็นข้อห้าม ไม่ให้ทำ เราก็จะเลี่ยงได้
ทีมงาน  : โดยส่วนตัวคุณป๊อกเองแล้ว ใช้แอพฯด้านไหนบ้างคะ
คุณป๊อก : ผมใช้เยอะมากเหมือนกันครับ เพราะต้องศึกษาตลาดต้องดูเทรนด์ว่ามีอะไรบ้าง แอพฯคนอื่นมีข้อดีข้อเสียอะไรบ้าง เฉลี่ยแล้ว 10-20 ตัวต่อเดือน แต่จะมีกลุ่มนึงที่ใช้ประจำคือ หมวดที่เป็น ข่าวสาร เช่น CNN, TIME, CBS News และ CNET อีกหมวดคือเกม แนว Puzzle เลยเป็นจุดเริ่มต้นว่าทำไมเรามีเกมด้านนี้ออกมาหลายตัว
ทีมงาน  : มองทิศทางการชำระเงินของผู้ใช้แอพฯในประเทศไทยไว้อย่างไรบ้างคะ
คุณป๊อก : ตรงนี้อยู่ที่ Apple  ว่ามองโอกาส และศักยภาพตลาดไทยไว้แค่ไหน นอกจากการชำระเงินผ่านบัตรเครดิตบน Appstore อาทิเช่น บัตรเติมเงิน iTune Card
ทีมงาน  : คำถามสุดท้ายค่ะ เป็นคำถามจากน้องๆหลายคน ที่ฝากคำถามมาว่าจะควรฝึกฝนและพัฒนาความสามารถอย่างไร เพื่อให้ก้าวมาถึงจุดนี้ได้
คุณป๊อก : อันดับแรกก่อน เราต้องเป็นน้ำไม่เต็มแก้ว ต้องเรียนรู้ตลอดเวลา ใน office เราจะเปิดโอกาสให้พนักงานทุกคนเรียนรู้สิ่งใหม่ๆตลอดเวลา เพราะโลกยุคนี้ไปเร็วมาก แต่ก็สามารถเรียนรู้ได้ง่ายผ่านทางอินเตอร์เน็ต
อันที่สองต้องเป็นคนที่มีความฝันและมีความเชื่อว่าเราสามารถทำสิ่งที่ฝันให้เป็นจริงได้ เราจะมีแรงผลักดันในตัวเอง และก้าวข้ามสิ่งที่เป็นอยู่ในตอนนี้ได้
นี่คือสิ่งที่เรายึดถือมาตลอด  และก็เปิดโอกาสให้น้องๆทุกคนใน  office มีอิสระทางด้านความคิด สร้างสรรค์ไอเดียใหม่ๆ ผมเชื่อว่าถ้าเด็กทุกคนมีอิสระทางด้านความคิด และรู้ว่าอยากทำอะไร มีคนสนับสนุนก็จะทำให้สำเร็จได้ครับ

ทีมงาน : ขอบคุณมากค่ะ สำหรับข้อมูลดีๆและเป็นประโยชน์อย่างมากกับหลายๆท่านที่กำลังต้องการจะก้าวเข้ามาในธุรกิจนี้

คุณป๊อก : ยินดีครับ ^_^

ทีมงาน : สำหรับวันนี้ทีมงานและคุณป๊อกขอตัวลาไปก่อน พร้อมกับไปเล่นเกมสนุกๆทั้ง 2 เกม แล้วพบกันใหม่ในโอกาสหน้ากับบทสัมภาษณ์ดีๆแบบนี้ที่ AppReview ค่ะ

Comments

comments

appreview

ทีมงาน แอพรีวิว คอยเลือกเฟ้นแอพที่น่าสนใจ สำหรับแฟนๆ ^^

You may also like...

2 Responses

  1. 泳鏡 says:

    Wow! This really is 1 of the most beneficial blogs I’ve ever occur across on this subject. Merely Amazing

  1. June 28, 2010

    […] แนะนำลองหามาเล่นดูกัน ฝีมือคนไทยโดย Jimmy Software จ้า App.Info Name : Rub-a-Dub HD (Version 1.0) Seller : Jimmy Software […]

Leave a Reply