ทำไม Microsoft ถึง ต้องการ Yahoo!

ธุรกิจหลักที่ไมโครซอฟท์ดำเนินการมายาวนาน คือ การทำซอฟท์แวร์ โดยเฉพาะหัวใจหลักที่สำคัญที่สุด คือ ไมโครซอฟท์วินโดวส์และไมโครซอฟท์ออฟฟิศ และไมโครซอฟท์ก็ได้รายได้มาจากการผูกขาด มาเป็นเวลานาน

แต่ในช่วยหลายทีปีผ่านมา การเติบโตของโลกอินเตอร์เน็ต ได้ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมซอฟท์แวร์เป็นอย่างมาก และการเติบโตอย่างมหาศาลนี้เอง ทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวกับการใช้สื่อรูปแบบอินเตอร์เน็ต ทำรายได้เป็นกอบเป็นกำ จากการให้บริการต่างๆ รวมไปถึงตลาดการโฆษณาออนไลน์ ที่นับวัน จะยิ่งมีอิทธิพลสูงขึ้นเรื่อยๆ จนคาดการณ์ได้ว่า จะสามารถเข้ามาแทนที่ สื่อโฆษณาแบบเก่าได้ ในอีกไม่นาน

Google และ Yahoo! เป็นหนึ่งในบริษัทที่มีอัตราการเติบโตที่สูงมาก ตามอัตราการเติบโตของโลกอินเตอร์เน็ต เนื่องจากทั้งสองบริษัทนี้ มีผลิตภัณฑ์และบริการหลัก ที่เกี่ยวข้องกับอินเตอร์เน็ต โดยเฉพาะกิจกรรมที่ผู้ใช้จำนวนเป็นพันล้าน ใช้อยู่เป็นประจำ คือ การค้นหาข้อมูล และปฏิเสธไม่ได้ว่า Search Engine ของทั้งสองบริษัท มีผู้ใช้อันดับต้นๆของโลก ทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมการค้นข้อมูลของผู้ใช้ เป็นธุรกิจที่สามารถสร้างรายได้อย่างมหาศาล

ไมโครซอฟท์เอง ได้มองเห็นถึงความน่าสนใจของตลาดอินเตอร์เน็ตมานานติดต่อกันหลายปี จึงได้พยายามพัฒนาบริการต่างๆของตนในโลกอินเตอร์เน็ตออกมามากมาย ใช้เงินวิจัยและพัฒนา ลงทุนมหาศาลในช่วงที่ผ่านมา จนเกิดคำถามขึ้นมากมายว่า บริการต่างๆของไมโครซอฟท์ นั้นทำเงินให้บริษัทหรือไม่

ตัวไมโครซอฟท์เอง หมดเงินไปนับพันๆล้านเหรียญ ในการพัฒนา Search Engine ของตัวเองเพื่อมาแข่งกับ Google และหมดเงินไปไม่น้อย กับการซื้อ content มาเสริมความแข็งแกร่งของ Portal MSN.com ของตน ให้เทียบเท่า Portal อันดับหนึ่งของโลกอย่าง Yahoo!

แต่จนแล้วจนรอด เงินลงทุนของลงไป ก็ไม่สามารถให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่ากลับคืนมาได้

ไมโครซอฟท์ไม่เคยอยู่ในตำแหน่งที่จะแข่งขันในโลกออนไลน์กับเจ้าตลาดอย่าง Google และ Yahoo! ได้เลย

ความล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่าของไมโครซอฟท์ นำพามาสู่การตัดสินใจเข้าซื้อกิจการของ Yahoo! ด้วยเงินมหาศาล โดยหวังว่าจะใช้เป็นทางลัดสู่ความสำเร็จในตลาดออนไลน์ที่ตัวเองวาดฝันไว้

แต่เหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัด ยักษ์ใหญ่ซอฟท์แวร์ของโลก ไม่สามารถฮุบกิจการยักษ์ใหญ่ออนไลน์อย่าง Yahoo! ได้

กลายเป็นความล้มเหลว ครั้งแล้ว ครั้งเล่า ของไมโครซอฟท์

ทั้งที่ ไมโครซอฟท์ เป็นบริษัท ที่มีเงินสดในบัญชี เป็นจำนวนมหาศาลกว่าหมื่นล้านเหรียญ มากกว่า Google ถึงเกือบๆ 2 เท่า กลายเป็นมหาเศรษฐีที่มีเงินมาก แต่ไม่รู้ว่าจะเอาเงินของตัวเอง ไปทำอะไรดี

ไมโครซอฟท์ จึงต้องดิ้นรนทุกรูปแบบ เพื่อขอพื้นที่ยืน ในสมรภูมิโฆษณาออนไลน์มูลค่าแสนล้านให้ได้…

สำหรับความล้มเหลวของ ไมโครซอฟท์ น่าจะมาจากหลายๆสาเหตุ คือ

  • Branding “Windows Live”

ชื่อนี้ สร้างความสับสนหลายๆอย่างให้กับผู้ใช้ เนื่องจากตัวผลิตภัณฑ์หลายๆตัว มีหน้าที่ซ้ำซ้อนกันอย่างชัดเจน เช่น Windows Mail กับ Windows Live Mail , Windows Live Mail Desktop , MS Outlook ซึ่งทั้งหมด เป็นผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับอีเมล์ แต่มีหลายชื่อมากจนผู้ใช้ งง

  • < b>Product & Service ที่ให้ ไม่สามารถตอบโจทย์ของผู้ใช้ได้

ผลการค้นหา ที่ไม่ตรงใจกับผู้ใช้ ของ Live! Search รวมไปถึง รูปแบบ content ที่ไม่น่าสนใจ ทำให้ยอดผู้ใช้ MSN.com ลดลงเป็นอย่างมาก เนื่องจากผู้ใช้ สามารถอ่านได้จากเว็บอื่นๆ หรือแม้แต่เว็บคู่แข่ง

  • การ focus ผิดจุด (หรือไม่ focus เลย)

ปัญหาการเมืองใน ไมโครซอฟท์ ทำให้งานบางอย่างทับซ้อนกันอย่างชัดเจน เช่น ผู้พัฒนา MS Office เป็นคนละทีมกับ Office Live ทำให้เสียเวลาแข่งกันเอง และสุดท้าย Office Live ก็ไม่เกิด รวมไปถึง การพัฒนาบริการของ Windows Live บางตัว ก็ไม่เกิด เช่น Windows Live Expo ทำให้เสียทรัพยากรไปทำงานนั้นๆ โดยเปล่าประโยชน์

  • Trend Follower

การเติบโตของ Social Networking , Blog ซึ่งไมโครซอฟท์ตกขบวน ทั้งที่ผู้ใช้ทั้งหลาย ล้วนแต่เรียกได้ว่า อยู่ในมือของไมโครซอฟท์จำนวนมาก (ใช้ Office , Vista , XP , MSN Messenger) แต่กลับไม่สามารถแปลงผู้ใช้เหล่านี้ให้เป็นกลุ่มก้อน หรือ เป็นมีเดียที่ทรงอิทธิพลได้ ทั้งที่ตัวเองมีความสามารถในการเป็น trendsetter ได้

  • Closed system (ระบบปิด)

จุดนี้ ทำให้ ไมโครซอฟท์ ขาดแนวร่วม ในการผลักดันหลายๆอย่าง

Strategy: Mergers & Acquisition Strategy

วิเคราะห์ จาก ข่าวต้นฉบับ : MICROSOFT MOVES BEYOND YAHOO

Comments

comments

You may also like...

Leave a Reply