Nike+ Running for iPhone เพื่อนคู่ใจนักวิ่ง
Royal Thai Police, Blogger, iPhoneographer, Movie&Music, Satit PSU, MGT PSU, กปป.อก.ศชต.3
ผมเป็นคนหนึ่งที่เวลาวิ่งชอบเอาไอโฟนไปด้วย เพื่อที่จะได้เปิดเพลงฟัง นอกจากจะเป็นการผ่อนคลายในตัวแล้ว ยังสามารถทำให้เราเพลิดเพลินกับการวิ่งได้ แล้วจะดีแค่ไหน หากไอโฟนสามารถเป็นได้มากกว่าเครื่องเล่นเพลงขณะวิ่ง??? วันนี้ผมมีแอพที่จะทำให้นักวิ่งทั้งหลายสามารถใช้ไอโฟนในการจับเวลา, วัดระยะทาง, คำนวณสถิติต่างๆ ในการวิ่งของเรา และแน่นอน มันเปิดเพลงให้เราฟังได้เหมือนเดิมครับ มาดูกันเลยดีกว่า
แอพที่จะแนะนำวันนี้ก็คือ Nike+ Running ของ Nike ครับ เป็นแอพที่จะทำให้ไอโฟนกลายเป็นอุปกรณ์ช่วยในการวิ่งได้เป็นอย่างดี และวันนี้ (22/6/2012) แอพนี้เปิดให้โหลด “ฟรี” ครับ โหลดได้จาก App Store ปกติแอพนี้ราคา 1.99$ ต้องรีบโหลดก่อนจะต้องเสียเงินซื้อนะครับ
ก่อนไปดูรีวิว มาดูวิดีโอจาก Nike ที่ทำออกมาเพื่อแนะนำแอพ Nike+ Running กันก่อนครับ
[youtube http://www.youtube.com/watch?v=9hpRIX6An4w&w=560&h=315]
เรามาลองใช้แอพ Nike+ Running กันเลยดีกว่าครับ หลังจากโหลดแอพมาเรียบร้อยแล้ว เมื่อเข้าใช้งานครั้งแรก จะพบกับหน้าจอดังในรูป ให้กดที่ Register Now เพื่อเข้าใช้งานครับ (ต้องสมัครก่อน)
จะเข้าสู่หน้าจอ Login เพื่อทำการเข้าสู่ระบบของ Nike+ โดยมี 2 ทางเลือกคือ ใช้บัญชี Nike หรือจะใช้ Facebook ในการ Login ก็ได้ครับ แต่ผมแนะนำว่า ให้ทำการ Login ผ่าน Nike ครับ เราจะได้บัญชีที่เป็นของ Nike โดยตรง
ต่อมาจะเป็นหน้าจอสำหรับ Login สำหรับสมาชิก แต่หากใครยังไม่ได้เป็นสมาชิก ก็กดที่ Sign Up เพื่อทำการสมัครได้เลยครับ ฟรีครับ
ข้อมูลที่ต้องกรอกในการสมัคร
เมื่อสมัครเรียบร้อย แอพจะพาเรามายังหน้าหลักของ Nike+ ดังรูปครับ จากหน้านี้ เราสามารถกดที่ Run เพื่อเริ่มการวิ่งได้เลย แต่ก่อนอื่น ผมแนะนำให้ไปตั้งค่าต่างๆ ก่อนครับ จะได้ใช้งานแอพนี้ได้อย่างเต็มที่
ให้กดที่ปุ่มเมนู (มุมบนซ้าย) จะเจอกับหน้าจอดังนี้ครับ
กดที่ชื่อเราเอง เพื่อเข้าสู่ Profile ของเราครับ จะมีข้อมูลต่างๆ แต่ ณ ตอนนี้เรายังไม่ได้ใช้งานเลย ข้อมูลเลยยังว่างเปล่า
ในการตั้งค่า ให้เลือกที่ Setting จะพบกับหน้าจอการตั้งค่าดังนี้ครับ

ให้เข้าไปที่ชื่อเราในหน้า Setting เพื่อตั้งค่าข้อมูลส่วนตัวครับ เช่น หน่วยวัด, ความสูง, น้ำหนัก และเพศ เพื่อที่แอพจะได้นำไปใช้ในการคำนวณการเผลาผลาญพลังงานเวลาเราวิ่งได้ครับ
ใน Sharing Setting สามารถตั้งให้ Nike+ เชื่อมต่อกับ Facebook, Twitter และ Path ได้ด้วยครับ โดยที่เมื่อเราวิ่งเสร็จ Nike+ จะแชร์ผลการวิ่งในครั้งนั้นไปยัง Facebook, Twitter, Path ของเราให้ทันทีครับ

เมื่อตั้งค่าเรียบร้อยแล้ว ให้กลับมาที่ Home แล้วมาเริ่มวิ่งกันเลยครับ ให้กดไปที่ Run จะพบกับหน้าจอ Get Cheers ผมไม่ได้ลองใช้ว่ามันคืออะไร แนะนำให้กด Continue ไปเลยครับ
ก่อนเข้าสู่การวิ่ง จะเป็นหน้าจอ Run Setup เพื่อเลือกประเภทการวิ่ง และตั้งค่าบางอย่าง ดังรูปครับ
โดยที่แต่ละการตั้งค่านั้น มีดังนี้
Basic Run : ใช้ในการกำหนดประเภทการวิ่ง จะมี Basic(วิ่งปกติ), Distance Run(วิ่งแบบกำหนดระยะทาง) และ Time Run(วิ่งแบบกำหนดเวลา)
Location : กำหนดสถานที่ว่า วิ่งในที่ร่มหรือกลางแจ้ง
Music : สำหรับเลือกเพลงที่จะฟังในขณะวิ่ง (เพลงใน Musics ของไอโฟนนั่นละครับ)
เมื่อตั้งค่าการวิ่งเรียบร้อย ก็ให้กดที่ Begin Run ได้เลยครับ จากนั้นจะมีหน้าจอนับถอยหลัง 3 วิ เพื่อให้เราเตรียมพร้อมก่อนวิ่ง หรือจะกด Start Run เลยก็ได้ ถ้าไม่อยากรอ กดเสร็จก็เริ่มออกตัวเพื่อวิ่งได้เลยครับ
หน้าจอขณะวิ่งครับ บนสุดจะเป็นปุ่มควบคุมเพลงพร้อมชื่อเพลงที่กำลังฟัง ตรงกลางจะเป็นตัวจับเวลาและระยะทาง (เปลี่ยนหน่วยได้ใน Setting ครับ) ถ้าหากจะดูแผนที่ ก็เปิดดูได้จากลูกศรด้านล่างครับ ส่วนปุ่ม Pause Run สำหรับกดหยุดการนับชั่วคราว (เพราะบางที เราอาจหยุดวิ่งได้ชั่วคราว เพื่อพัก หรืออะไรก็แล้วแต่ ก็กดพักเพื่อให้มันหยุดนับเวลาและระยะทางชั่วคราว) สุดท้ายก็ปุ่มรูปตัวล็อค สำหรับล็อคหน้าจอขณะที่เราวิ่ง โดยที่หน้าจอยังคงแสดงปกติครับ
แสดงแผนที่ขณะวิ่งได้
ถ้ากดล็อคหน้าจอจากในแอพ จะทำให้เราไม่พลาดไปกดโดนปุ่มต่างๆ โดยที่หน้าจอก็ยังแสดงผลให้เราได้เห็นครับ
เมื่อวิ่งเสร็จ ให้กดที่ Pause Run จากนั้นให้กด End ได้เลยครับ
เมื่อกด End จะมีผลสรุปในการวิ่งครั้งนั้นให้เราได้ดูครับ ว่าวิ่งไประยะทางเท่าไหร่ ใช้เวลาเท่าไหร่ ความเร็วเท่าไหร่ รวมทั้งยังสามารถระบุความรู้สึกด้วยว่า พอใจในการวิ่งครั้งนี้มากน้อยเพียงใด โดยเลือกกดที่ Emoticon ได้เลยครับ
เมื่อกำหนดความพอใจไม่พอใจไปแล้ว จะมีอีกหน้าจอให้เราเลือกว่า เราวิ่งครั้งนี้ ในสภาพภูมิประเทศแบบใด ก็ให้กดไปตามรูปเลยครับ
เมื่อเลือกภูมิประเทศเสร็จ ก็จะเข้าสู่หน้าจอสุดท้าย นั่นก็คือแชร์ไปยังสังคมออนไลน์ของเรา ให้กดไปที่ Edit Sharing
หน้าจอการแชร์ สามารถเลือกได้ว่าจะแชร์ไปไหนบ้าง? และจะโพสท์ข้อความด้วยหรือไม่

เมื่อกด post ข้อความและผลการวิ่งของเราก็จะถูกนำไปโพสท์ในสังคมออนไลน์ที่เราได้เลือกไว้ โดยที่จะมีหน้าจอบอกว่า จะตั้ง Auto share ก็ได้นะครับ
หลังจากลองวิ่งไปครั้งแรกแล้ว ครั้งต่อๆ ไป แอพนี้จะมีการเก็บสถิติไว้ด้วย สำหรับดูพัฒนาการของเรา โดยที่เมื่อเราเข้าสู่หน้าจอ run ในครั้งต่อไป จะมีผลการวิ่งล่าสุดของเราแสดงไว้ด้วยครับ
และพอกดไปที่ Begin Run สามารถระบุระยะทางได้ทันทีครับ ว่าจะวิ่งระยะทางเท่าใด เพื่อเป็นการทำลายสถิติของครั้งที่แล้ว หรือจะวิ่งแบบปกติ ก็ทำได้ครับ
และพอวิ่งเสร็จ ก็จะมีผลเทียบกับครั้งล่าสุดด้วย ว่าเป็นอย่างไรบ้าง
เมื่อมาดูในส่วนของ Profile ของเรา จะมีผลการวิ่งดังนี้

และนอกใช้งานบนแอพได้แล้ว ยังสามารถเข้าไปเช็คข้อมูลต่างๆ ของเราได้ที่เว็บไซต์ของ Nike+ ได้ด้วยนะครับ ตามวิดีโอที่ผมเอามาให้ดูข้างบน ใครลองแอพนี้แล้ว ก็ลองเข้าไปดูนะครับ ที่ http://nikeplus.nike.com/plus/


