รีวิว Samsung Galaxy S Advance ภาคฮาร์ดแวร์

เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 ที่ผ่านมา ซัมซุงประเทศไทย ได้ทำการเปิดตัว Smartphone ไป 3 รุ่น กับอีก 1 เครื่องเล่นเพลงแบบพกพา ซึ่ง 1 ใน 3 ของ Smartphone ที่เปิดตัวไปนั้น มี Galaxy S Advance อยู่ด้วย

Galaxy S Advance เป็น Smartphone ระดับกลางตัวใหม่ของซัมซุง ซึ่งตัวนี้ จะมาแทนที่ Galaxy S Plus หรือจะเรียกว่าเจ้าตัวนี้ เป็นตัวอัพเกรดของ Galaxy S Plus ก็เป็นได้

 

Specification

Samsung Galaxy S Advance ( GT-I9070 )

CPU: 1 GHz Dual-core processor (Cortex-A9)

GPU: ARM Mali 400

ระบบปฏิบัติการ: Android 2.3 Gingerbread (สามารถอัพเกรดเป็น Android 4.0 Ice  Cream Sandwich ได้)

หน้าจอ

  • ขนาด 4.0 นิ้ว
  • WVGA ความละเอียด 480 x 800 pixels
  • จอแสดงผล Touch Screen แบบ Super AMOLED
  • หน้าจอเป็นกระจก Gorilla Glass ป้องกันรอยขีดข่วนได้ดี

หน่วยความจำ

  • RAM: 750 MB
  • ความจุภายในเครื่อง: 8 GB (ROM 2 GB)
  • รองรับ microSD Card สูงสุด 32 GB

Sensor

  • Accelerometer
  • Proximity Sensor
  • Light Sensor

เครือข่าย

  • 2G: 850/900/1800/1900 MHz
  • 3G: *850/900/1900/2100 MHz
  • Bluetooth 3.0
  • Wi-Fi 802.11 a/b/g/n
  • รองรับระบบ A-GPS

*การใช้เครือข่าย 3G ย่านความถี่ 850 จะไม่เสถียรเท่าการใช้งานย่านความถี่อื่นๆ

กล้องถ่ายรูป

  • กล้องหลัก: 5 ล้านพิกเซล พร้อมระบบ Auto Focus
  • กล้องด้านหน้า: 1.3 ล้านพิกเซล
  • LED Flash
  • สามารถถ่ายวีโอได้สูงสุดแบบ HD (720p)

แบตเตอรี่: 1500 mAh

 

ผลการทดสอบประสิทธิภาพ

ก่อนที่เราจะไปดูรายละเอียดต่างๆ ที่ตัวเครื่อง เราจะมาดูผลการทดสอบประสิทธิภาพตาม Spec ที่กล่าวไว้ข้างต้นกันเสียก่อน โดยการทดสอบนี้ เราจะใช้แอพพลิเคชั่น 3 แอพพลิเคชั่นที่ใช้ในการทดสอบ ได้แก่ Quadrant Standard, Neocore และ NenaMark2

– ผลจากการทดสอบประสิทธิภาพโดยรวม โดย Quadrant Standard

– ผลจากการทดสอบกราฟิค โดย Neocore

– ผลจากการทดสอบกราฟิค โดย NenaMark2

 

ด้านหน้า

บริเวณเหนือโลโก้ซัมซุง จะมีลำโพงสนทนา กล้องหน้าที่มีความละเอียด 1.3 ล้านพิกเซล Proximity Sensor และ Light Sensor

ในส่วนของหน้าจอ หน้าจอเป็นแบบ Super AMOLED ที่สามารถแสดงผลสีได้มากกว่า 16 ล้านสี ซึ่งให้รายละเอียดและความคมชัดเป็นอย่างมาก

ส่วนปุ่มที่ควบคุม จะมีปุ่มกดกายภาพอยู่เพียงปุ่มเดียว คือปุ่ม Home ส่วนปุ่มที่เหลือคือปุ่ม MENU และปุ่ม BACK นั้น จะเป็นปุ่ม Capacitive โดยปุ่ม MENU จะอยู่ทางซ้ายของปุ่ม Home ส่วนปุ่ม BACK จะอยู่ทางด้านขวา

รุ่นนี้ไม่มีปุ่ม SEARCH เพราะ ทำให้รองรับการใช้งาน Android 4.0 Ice Cream Sandwich ในอนาคต

 

ขอบข้าง

ขอบของ Galaxy S Advance เป็นพลาสติกชุบโครเมี่ยม หากใช้งานต้วนี้ จึงขอแนะนำว่าให้ระวังในส่วนขอบ เพราะส่วนนี้สามารถลอกออกได้

หากเราลองมองเฉพาะแนวขอบของเครื่อง เราจะเห็นว่า Galaxy S Advance นี้ ใช้หน้าจอแบบกระจกโค้ง  ตัวเครื่องจะไม่ตรง แต่จะโค้งงอนิดๆ ฟังดูคุ้นๆ ใช่แล้ว มันทำออกมาคล้ายๆกับ Galaxy Nexus นี่เอง

ในส่วนด้านข้างของเครื่องฝั่งปุ่ม BACK จะมีปุ่มอยู่เพียงปุ่มเดียว คือ ปุ่ม Power

ขอบข้างในฝั่งปุ่ม MENU จะมีปุ่ม เพิ่ม-ลด เสียง

ขอบล่าง

ขอบล่างของ Galaxy S Advance นี่ จะมีช่องเสียบ MicroUSB ไมโครโฟน และช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร

ในส่วนของขอบบน ไม่มีปุ่มใดอยู่เลย

 

ด้านหลัง

ด้านหลังจะมี กล้องถ่ายรูปหลักความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ตามด้วยแฟลช LED และลำโพงหลัก

หากเราสังเกต จะเห็นว่า ในส่วนของฝาหลังจะมีลายเส้นตัดกันอยู่ ลายเส้นต่างๆเหล่านี้ เป็นลายเส้นกัดลายบนพลาสติก ซึ่งเมื่อเวลาสัมผัสหรือถือ จะทำให้จับแล้วรู้สึกไม่ลื่น ติดมือ ทำให้ยากต่อการตกหล่น

ฝาหลังของ Galaxy S Advance นี้ เป็นพลาสติกที่มีความยืดหยุ่นสูง ยากต่อการแตกหัก

วิธีการเปิดฝาหลัง บริเวณฝาหลังจะมีรูอยู่ไว้สำหรับให้เอาเล็บสอดเข้าไปและงัดออกมา โดยรูนี้จะสามารถสังเกตได้โดยให้ดูที่ขอบข้างของเครื่องที่มีปุ่ม เพิ่ม-ลด เสียง มันจะอยู่ด้านล่างๆของเครื่อง

เมื่อเปิดฝาหลังออกมา เราจะเห็นแบตเตอรี่ที่มีขนาดความจุ 1500 mAh ด้านบนของแบตเตอรี่ ช่องที่อยู่ใต้กล้องถ่ายรูปหลัก เป็นช่องใส่ซิมการ์ด ถัดจากช่องใส่ซิมการ์ดเป็นช่องใส่ MicroSD เราสามารถใส่ซิมการ์ดหรือ MicroSD เข้าไปได้เลย โดยที่ไม่ต้องถอดแบตออก หรือในขณะที่เครื่องยังทำงานอยู่ แต่ถ้าหากมีการถอดหรือใส่ซิมการ์ดเข้าไปในขณะที่เครื่องยังทำงานอยู่ จะต้อง Reboot เครื่องทุกครั้ง เพื่อให้ระบบสามารถใช้งานได้

 

การใช้งานทั่วไป

หลังจากที่เราได้ดูแต่ละส่วนของ Galaxy S Advance อย่างละเอียดแล้ว คราวนี้ก็ถึงการใช้งานเครื่องในสถานการณ์โดยทั่วไปกัน

– การหยิบจับ

ฝาหลังของ Galaxy S Advance นี้ เป็นพลาสติกกัดลาย ผิวฝาหลังไม่เรียบ เวลาหยิบจับจึงให้ความรู้สึกติดมือ ไม่ลื่น และยากต่อการลื่นหลุดมือ

หากต้องการที่จะปิดฝาหลัง อันนี้อาจจะต้องใช้ความรอบคอบสูงนิดหน่อย เพราะ เวลาเราปิดฝาหลัง เราจะต้องกดฝาลงให้แน่นในทุกจุดถึงจะปิดสนิท ซึ่งวิธีการนี้คล้ายๆกับการปิดฝา Tupperware

ในกรณีที่เราพกพา ถึงแม้ว่าเราจะใส่กางเกงรัดรูป หรือเราจะมีอุปกรณ์พกพาต่างๆเก็บร่วมไว้กับ Galaxy S Advance จนแน่นกระเป๋ากางเกง แต่ก็สามารถสอดมือเข้าไปหยิบและดึงออกมาได้โดยง่าย เพราะด้วยความยาวของเครื่อง และหน้าจอที่เป็นแบบกระจกโค้ง จึงมีส่วนทำให้ดึงออกมาได้ง่ายขึ้น

– ความบันเทิง

ลำโพงของ Galaxy S Advance นี้ ถึงจะดูเป็นลำโพงขนาดไม่ใหญ่ แต่กลับให้เสียงที่ทรงพลังได้อย่างน่าแปลกใจ ในส่วนเรื่องของรายละเอียดเสียงอาจจะมีไม่มาก แต่ถ้าหากต้องการรายละเอียดมากๆ ก็ขอแนะนำให้ใส่หูฟังจะดีกว่า

ในการเล่นเกม ด้วย CPU ระดับ Dual-core จึงสามารถเล่นเกมในระดับ 3D ได้สบาย

– การตอบสนอง

ตอบสนองการใช้งานได้ดี การวางตำแหน่งปุ่มวางออกมาให้เหมาะทั้งมือซ้ายและมือขวา ใช้งานมือข้างไหนก็สะดวก

– แบตเตอรี่

ถึงแม้ Galaxy S Advance จะใช้จอ Super AMOLED และมี CPU ระดับ Dual-core แต่ด้วยแบตเตอรี่ที่มีความจุถึง 1500 mAh ทำให้ใช้งานได้นานในระดับที่น่าพอใจ

หากทำการ Standby ไว้เฉยๆ อาจมีใช้โทรศัพท์บ้างเล็กน้อย ในบางครั้งอาจอยู่ได้นาน 4 วัน ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการโทรศัพท์

หากทำการเปิดใช้ EDGE (2G) และ Standby เอาไว้ มีการนำขึ้นมาใช้บ้างเล็กน้อย สามารถอยู่ได้ 2 วันกว่าๆ เกือบ 3 วัน แต่ถ้าหากมีการใช้งานมาก ก็สามารถอยู่ได้ 2 วัน

หากทำการเปิดใช้ 3G และ Standby เอาไว้ มีการหยิบขึ้นมาใช้งานบ้างเล็กน้อย สามารถอยู่ได้ 1 วันกว่าๆ แต่ถ้าหากมีการใช้งานมากๆ สามารถอยู่ได้ 1 วัน

– กล้องถ่ายรูป

กล้องหน้า มีความละเอียด 1.3 ล้านพิกเซล รองรับการใช้งาน Video call และอาจรองรับระบบ Face Unlock บน Android 4.0 Ice Cream Sandwich อีกด้วย

กล้องหลัก มีความละเอียด 5 ล้านพิกเซล พร้อมระบบ Auto Focus และแฟลช LED ภาพให้ความคมชัดได้ในระดับหนึ่ง โดยภาพที่ถ่ายจากกล้อง Galaxy S Advance จะเป็นภาพที่ให้ความละเอียดไม่มากนัก แต่ก็อยู่ในระดับที่ไม่น่าเกลียด

ในส่วนของวีดีโอ สามารถถ่ายวีดีโอแบบ HD  (720p) ได้ ซึ่งให้ความคมชัดในระดับที่น่าพอใจ เมื่อเทียบกับ Smartphone ระดับกลางเช่นนี้

ตัวอย่างภาพที่ถ่ายจากกล้องหลัก Galaxy S Advance

ค่าตัวของ Galaxy S Advance นี้ ทางซัมซุงยังไม่มีราคาที่แน่นอน ซึ่งราคาจะอยู่ราวๆ 13,900 – 14,900 บาท Smartphone ในราคาไม่เกินหมื่นห้า เป็นราคาที่ดูไม่แพงเลยสำหรับ Smartphone แต่ได้ระดับ Dual-core CPU และหน้าจอขนาด 4 นิ้ว Super AMOLED ก็ถือว่าคุ้มค่ามากๆ

ตัวนี้ถือว่าเป็น Smartphone อีกตัวของทาง Samsung ที่มีอนาคตที่สดใส เพราะยังไม่ทันจะวางจำหน่าย ทางซัมซุงก็ออกมาบอกแล้วว่า ยังไงเจ้านี่ก็รองรับ Android 4.0 ICS และด้วยสเปคเครื่องที่แรง และการออกแบบปุ่มต่างๆ ให้รองรับ Android 4.0 ICS จึงทำให้ Galaxy S Advance นี้ อาจจะรองรับเวอร์ชั่น Android ใหม่ๆ ไปได้อีกนาน

ถ้าหากท่านกำลังมองหา Smartphone ซักตัว ที่ตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และไม่ได้เน้นการใช้งานแบบเฉพาะเจาะจงในส่วนของความบันเทิง คือ อาจเอามาแค่ฟังเพลง  เล่นเกมเล็กๆน้อยๆ หรือถ้านำมาใช้ในการประกอบอาชีพ ที่ต้องเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี หรือการใช้งานอินเทอร์เน็ตตลอดเวลา ก็ขอแนะนำ Galaxy S Advance นี้ เพราะในราคากับประสิทธิภาพของเครื่อง จึงขอรับรองว่าจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

และแล้วก็จบการรีวิวด้านฮาร์ดแวร์ของ Galaxy S Advance เป็นที่เรียบร้อย ต่อไปจะเป็นการรีวิวด้านซอฟต์แวร์ ซึ่งสามารถอ่านได้ในสัปดาห์หน้า อย่าลืมติดตามกันนะครับ

อย่าลืมไปพูดคุยหลังอ่านกันที่นี้นะครับ^^ : กระทู้แสดงความเห็น : Review Galaxy S Advance

Comments

comments

You may also like...

Leave a Reply