ย่างก้าวใหม่ของโซนี่

ผลประกอบการล่าสุดของบริษัท Sony ภายใต้การบริหารของ Howard Stringer กำลังประสบปัญหากับผลประกอบการที่ไม่ค่อยดีนัก อันเนื่องมาจาก การที่ไม่สามารถลดต้นทุนการผลิตของ Sony PlayStation 3 และ TV จอแบน ให้ต่ำลงได้ ทำให้ขาดความสามารถในการแข่งขัน เพราะต้องขายได้กำไรที่ต่ำหรืออาจจะถึงขั้นขายเท่าทุนหรือขายขาดทุน (เพราะคู่แข่งตั้งราคาขายที่ต่ำกว่า ในขณะที่นำเสนอสินค้าที่ feature ใกล้เคียงกัน จึงจำเป็นต้องลดราคาขายลงมาเพื่อให้ขายได้) ซึ่งปัญหานี้ มักจะพบในอุตสาหกรรมการผลิต Hardware ที่บริษัทที่เคยเป็นผู้รับจ้างผลิต (OEM) ผันตัวมาเป็นผู้ผลิตและทำตลาดเสียเอง

เมื่อบริษัท สูญเสียความสามารถในการแข่งขัน เพราะมีต้นทุนการผลิตที่สูงกว่าคู่แข่ง อีกทั้งยังมีจำนวนคู่แข่งที่เพิ่มมากขึ้นในตลาด บริษัทจึงจำเป็นต้องหา ธุรกิจใหม่ ที่มี margin สูงขึ้น คู่แข่งขันน้อยราย และถ้าอาศัยผลิตภัณฑ์หลัก เป็นตัวช่วยส่งเสริมกัน ก็จะยิ่งเพิ่มศักยภาพเหนือคู่แข่งมากขึ้น

Blue Ocean แห่งใหม่ที่ทาง Sony มอง ก็คือ การใช้ประโยชน์จากสิ่งที่มีอยู่มายกระดับ อย่างเช่น

· Content ที่ตัวเองมี (Sony Entertainment , Sony Music)

· Home Entertainment Platform (TV , DVD , Hi-fi)

· Digital Mobile Device (Walkman , Sony Ericsson)

ซึ่งทั้งหมดนี้ นำมาสู่ กลยุทธ์ Living Room domination หรือ การพยายามจะยึดห้องนั่งเล่นของกลุ่มผู้ใช้ โดยการนำเสนอบริการที่เรียกได้ว่าครบวงจรมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็น

· Online VDO services ที่ให้ดาวน์โหลดหนังและรายการทีวีต่างๆ ผ่านเครื่องเล่นเกม PS3 บริการ

· Movies Streaming ที่มีลักษณะแบบ On Demand

· 3D Social Networking

ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ถือว่าเป็นการทำธุรกิจข้ามไปยัง Ocean แห่งใหม่ซึ่งก็มีคู่แข่งรออยู่ก่อนแล้ว ไม่ว่าจะเป็น การให้ดาวน์โหลด ที่ Apple เป็นเจ้าตลาดอยู่ (iTunes Store) และมีธุรกิจให้เช่าหนังและเพิ่งให้บริการดาวน์โหลดได้ไม่นานอย่าง Netflix หรือจะเป็น 3D Social Networking อย่าง SecondLife

เชื่อได้ว่า ยุทธศาสตร์การยึดห้องนั่งเล่น คราวนี้ จะสร้าง impact กับตลาด Consumer ได้บ้าง

แต่ก็ขึ้นอยู่กับ บริการที่ Sony นำเสนอเอง ว่าจะโดดเด่นเหนือคู่แข่งได้หรือไม่

 

Strategy: Blue Ocean

วิเคราะห์ จาก ข่าวต้นฉบับ : Stringer, Sony Step On the Gas

Comments

comments

You may also like...

Leave a Reply